พระงั่งเขมรตาโปนอุดกริ่งเนื้อทองแดงเถื่อนชื่อ"ทองแดง"

งั่งเขมรตาโปนอุดกริ่ง”ทองแดง”ตอนที่ ๒.๑

พระงั่งเขมรตาโปนอุดกริ่งเนื้อทองแดงเถื่อนชื่อ
งั่งเขมรตาโปนอุดกริ่งเนื้อทองแดงเถื่อนชื่อ”ทองแดง” ณ.ช่วงเกิดเหตุ (ตอนนั้นยังอ่อนด๊อยอยู่ครับ ถักเสื้อยังไม่สวย)

งั่งเขมรตาโปนอุดกริ่ง

“ทองแดง”ตอนที่ ๒.๑

ครั้งที่แล้วผมเล่าเรื่อง”ทองแดงดิ้นเตือนภัย” ซึ่งข้ามเรื่องนี้ไปครับ เรื่องนั้นเกิดหลังจากได้มาประมาณ 1 เดือน แต่เรื่องนี้เกิดขึ้นหลังจากได้มาแค่สัปดาห์เดียว ครั้งนี้จึงขอใช้ชื่อตอนที่ 2.1 หลังจากที่ผมได้ทองแดงมา ผมก็จัดเครื่องเซ่นให้ตามธรรมเนียมและได้จุดธูปไหว้พระ และบอกกล่าวเจ้าที่เจ้าทางเป็นที่เรียบร้อย แต่ทุกๆสัปดาห์ในวันเสาร์ ผมต้องกลับมานอนที่บ้านคุณพ่อคุณแม่ ผมก็ได้นำทองแดงติดตัวมาด้วย โดยทุกครั้งที่ผมนำงั่งตัวใหม่มาที่บ้านแม่ถึงจะไม่ได้จุดธูปเทียนไหว้พระบอกเจ้าที่แต่ทุกครั้งพอผมเดินเข้าบ้าน ผมก็จะต้องพนมมือไหว้บอกเจ้าที่ว่าครั้งนี้ผมได้พา”งั่งชื่อ….”ซึ่งเป็นงั่งตัวใหม่ของผมมาด้วย ขออนุญาติพาเข้าบ้าน และพอเข้ามาถึงในบ้านก็จะเดินขึ้นไปที่ชั้น 2 ซึ่งมีหิ้งพระอยู่หน้าห้องนอนผมก็ยกมือไหว้พระบอกกล่าวเช่นกัน

แต่ครั้งนี้…มันไม่ใช่ครับ ด้วยความห้าวเป้งของผม คิดเอาไว้ในใจเลยตั้งแต่ขับรถมาที่บ้านแล้วว่า จะลองดูว่าถ้าไม่ไหว้บอกเจ้าที่และไม่ไหว้พระเพื่อบอกกล่าว จะเกิดอะไรขึ้น ลองดูซักทีซิ วันนี้ผมก็เข้าบ้านตามปกติ เจอหน้าคุณพ่อคุณแม่ก็ไหว้ทักทายแล้วก็เดินเข้าบ้าน เสร็จแล้วก็กินข้าวกินปลาเอาของขึ้นมาเก็บบนห้องก็ปกดีไม่มีอะไร โดยที่คืนนี้ผมมีนัดทานข้าวกับเพื่อนที่ร้าน THREE MANGO ถนนกาญจนาภิเษก ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านผมมากนัก นัดกันไว้ตอน 3 ทุ่ม

พอได้เวลานัดผมก็ออกไปที่ร้าน กะว่าพาทองแดงมาเที่ยวหน่อยซิ ได้ข่าวว่าพิมพ์นี้แรงเรื่องหญิง อย่างนี้ต้องเทสต์ดูซักหน่อย ไม่น่าเชื่อครับแค่ไปถึงหน้าร้าน จอดรถเสร็จเดินเข้าร้าน เห็นผู้หญิงประมาณ 3-4 คนยืนอยู่หน้าร้านมองมาทางผม พอเดินเข้าไปใกล้ทุกคนหันมามองและหนึ่งในนั้นรีบเดินเข้ามา และก็พูดว่า “พี่จองโต๊ะไว้รึยังคะ???” 555 เป็นเด็กเชียร์เบียร์ครับ (ผมเล่าให้น่าตื่นเต้น จริงๆแล้วมันเรื่องปกติครับที่เด็กเชียร์เบียร์และกัปตันจะมาดูแลลูกค้าตอนเดินเข้าร้าน)

สรุปว่าช่วงที่อยู่ในร้านอาหาร ทุกอย่างก็ปกติครับ ไม่มีอะไรพิเศษ พิสดาร อย่างที่ผมคาดหวัง กินข้าวและดูบอลกับเพื่อนไปเรื่อยๆจนร้านปิดประมาณเที่ยงคืนกว่าๆ ผมก็ขับรถกลับบ้าน ถึงบ้านประมาณเที่ยงคืนครึ่ง จอดรถเดินเข้าบ้านปกติ ปิดบ้านเดินขึ้นห้องนอนเตรียมตัวนอน ทุกสัปดาห์ผมจะกลับมาแค่ในวันเสาร์ ดังนั้นห้องนอนผมก็จะไม่มีใครมานอน คุณแม่ของผมจึงต้องเปิดหน้าต่างที่หัวเตียงเอาไว้เพื่อระบายความร้อน ดังนั้นพอผมเข้ามาถึงจึงต้องออกไปที่ระเบียงด้านนอกเพื่อดันหน้าต่างปิดเตรียมเปิดแแอร์นอน กะว่าจะเปิดแอร์ท้ิงไว้แล้วไปอาบน้ำ พอกลับเข้ามาแอร์คงเย็นฉ่ำนอนสบาย (ที่ผมไม่ปิดหน้าต่างจากด้านในห้องเพราะหัวเตียงของผมมันติดกับหน้าต่างด้านนั้น ไม่อยากปีนขึ้นเตียงโดยที่ยังไม่ได้ล้างเท้า เดินออกไปที่นอกระเบียงง่ายกว่า”

ความซวยมันเกิดขึ้นตอนที่ผมเดินออกไปด้านนอก จังหวะที่กำลังดันหน้าต่างให้ปิด มีลมพัดมาแรงๆ 1 วูบ คิดภาพตามนะครับ  มือผมก็กำลังดันหน้าต่าง ลมพัดมาแรง ผมหันหน้ากลับมามองที่ประตูเพราะคิดว่ายังไงมันก็จะต้องพัดประตูให้กระแทกวงกบเสียงดังแน่ๆและก็แกล้งคิดเล่นๆว่า “ฮั่นแน่…ไม่ใช่ว่าพอประตูปิดแล้วจะล็อคอัตโนมัตินะเฟร้ย…ย”

เล่ามาถึงตอนนี้ทุกคนคงจะรู้แล้วนะครับว่าเกิดอะไรขึ้นกับผม ประตูมันล็อคครับ ร้อยวันพันปีก็ไม่เป็น มาเป็นอะไรเอาตอนนี้ฟระ เที่ยงคืนกว่าๆเกือบจะตีหนึ่ง ถูกขังอยู่หน้าระเบียงห้องตัวเอง ในใจคิดว่า ไม่เป็นไรเดี๋ยวหยิบมือถือออกมาโทรหาคุณพ่อหรือคุณแม่ให้มาเปิดประตูระเบียงให้ แต่มือถือเจ้ากรรมก็ดันถูกวางเอาไว้ในห้องตั้งแต่เดินเข้าห้องตอนแรก (นั่นไงซวยแล้ว) ผมพยายามแก้ล็อคประตูโดยใช้มือเปล่าและความสามารถทั้งหมดที่ผมมี (แล้วมันจะออกไหมล่ะ) อุตส่าห์ไปหักกิ๊ปที่ตีล็อคสายแอร์เอามาแงะมันก็ไม่ออกครับ มันอ่อนตัวเกินไป ปล้ำไปปล้ำมาเกือบครึ่งชั่วโมงเหงื่อออกเพียบ จากความคิดที่ว่าซวยเริ่มจะเปลี่ยนไปที่ไม่น่าห้าวเลย บอกก่อนเข้าบ้านตั้งแต่แรกแล้วว่า “ขอลองของดูหน่อย”ไม่ไหว้บอกพระและเจ้าที่จะเกิดอะไรขึ้น

สรุปครับ…ผมนอนที่นอกระเบียงยันเช้า จนประมาณเกือบหกโมงเช้าคุณพ่อผมตื่นมาเห็นไฟในห้องผมเปิดอยู่ เลยเดินเข้ามาดู ผมนอนนอกระเบียงเอาหัวแนบประตูไว้ พอได้ยินเสียงคุณพ่อเดินเข้ามาเลยรีบเคาะประตูเรียกให้เปิด 5 ชั้วโมงกว่ากับยุงอีกหนึ่งฝูงพร้อมทั้งความเหนียวตัวที่ไม่ได้อาบน้ำ…เจริญครับ ทรมานสุดๆ นอนกับพื้นระเบียงแบบไม่มีหมอน ไม่มีผ้าห่ม ถ้าผมเมาหรือกรึ่มๆเรื่องนี้ก็จะง่ายมากเพราะคนเมามันหลับง่าย แต่นี่ไม่มีแอลกอฮอล์ในร่างกายผมสักนิด (เพราะว่าผมไม่กินเหล้า เลิกมา 4  ปีแล้ว)  ผมคิดว่ากว่าผมจะนอนหลับก็น่าจะประมาณตี 2-3 หลับตื่นๆ ในใจคิดตลอดว่าเดี่ยวช่วงดึกๆ คุณพ่อต้องออกมาเข้าห้องน้ำแล้วเห็นไฟห้องผมเปิดอยู่ อาจจะเข้ามาดู…แต่ปรากฏว่า เงียบกริบครับ ถามตอนเช้าจึงทราบว่าเค้าออกมาเข้าห้องน้ำจริงๆ แต่คิดว่าผมยังไม่หลับหรือทำอะไรอยู่เลยไม่เข้ามาดู พอตื่นมาตอนเช้าเห็นว่าไฟยังไม่ปิดเลยมาดูอีกรอบ 555

สิ่งแรกที่ผมทำหลังจากได้เข้ามาในห้องนอนของตัวเองคือ ยืนรับความเย็นของแอร์หลังจากที่เปิดทิ้งไว้ทั้งคืนประมาณ 15 วินาทีแล้วรีบไปอาบน้ำเพราะว่าผมเหนียวตัวสุด อาบน้ำเสร็จรีบกลับมาจุดธูปไหว้พระหน้าห้องนอนและไหว้เจ้าที่ที่นอกระเบียงห้องผม คุณพ่อคงจะงงว่า”มันไหว้พระทำไมฟระ” เสร็จแล้วจึงรีบนอนต่อครับ กว่าจะตื่นอีกที…โน่น บ่ายๆครับ

เรื่องนี้มองได้หลายแง่มุมครับ ถ้ามองในด้านวิทยาศาสตร์ กลอนประตูห้องผมมันไม่ค่อยดี ถามคุณพ่อแล้วเค้าเองก็เคยโดนตอนออกมารดน้ำต้นไม้ที่นอกระเบียงห้องผม แต่เป็นตอนกลางวัน พอโดนล็อคก็ตะโกนเรียกแม่ให้มาเปิด แต่ของผมมันซวยตรงที่มาโดนตอนกลางดึก โทรศัพท์ก็ไม่มี แล้วดันมาเกิดตอนที่พา”ทองแดง”เข้าบ้านครั้งแรกโดยไม่บอกกล่าวพระและเจ้าที่เจ้าทาง

จากเหตุการณ์นี้ คุณคิดว่าเกิดจากอะไร???

๑.เจ้าที่เจ้าทางบ้านผมแรง

๒.กลอนไม่ดี

๓.ซวย

๔.คุณพ่อใจร้าย 555

๕.พระบ้านผมไม่เอ็นดู”ทองแดง”

๖.ถูกทุกข้อ

จากเหตุการณืนี้ทำให้ผมได้รู้อะไรหลายๆอย่างเกี่ยวกับทองแดง

และผมกล้าบอกได้ 100% เลยครับว่า “งั่งกันยุงกัดไม่ได้” LOL

ผมนั่งพิมพ์เรื่องนี้ในวันที่ 30/3/57 ซึ่งเป็นเช้าวันอาทิตย์ซึ่งผมนั่งอยู่บนโต๊ะทำงานในห้องของผมที่บ้านคุณแม่ เดี๋ยวจะชักภาพมุมต่างๆในห้องที่เกิดเหตุมาให้ดูครับ จะได้เห็นเหลี่ยมและเข้าใจ Feeling  ของผมในตอนนั้น

เพิ่มเพื่อน

รับซื้องั่งและเป๋อเก่า

แบ่งปันข้อมูลงั่งและเป๋อ

คุณจะไม่พลาดทุกบทความ 

ติดตามเราผ่าน Google 

ติดตามเราผ่าน Facebook Fanpage

3 thoughts on “งั่งเขมรตาโปนอุดกริ่ง”ทองแดง”ตอนที่ ๒.๑”

  1. หน้าต่างแบบบานเลื่อน น่าจะปีนหน้าต่างได้นะ เพราะคงไม่ได้ Lock จากด้านนอกชิมิ มันต้อง Lock จากด้านใน แล้ว เป็ดที่วางไว้ด้านนอก ก็คาดว่าเอาไว้ค้ำประตู ( อันนี้ประมาทเอง ) เพราะเหตุการณ์นี้ คงเกิดขึ้นบ่อยครั้งแล้ว เลยต้องมี เป็ดมาไว้ค้ำประตูเวลาออกมานอกระเบียง.

ใส่ความเห็น