งั่งเขมรตาโปนอุดกริ่ง "LUCKY"

โดนลองของ

โดนลองของ

สวัสดีครับมิตรรักแฟนงั่งทุกท่าน หายไปประมาณ 2 เดือน กลับมาวันนี้กับบทความที่ว่า “โดนลองของ” ความจริงเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับผมมาประมาณ 2 ปีกว่าแล้ว แต่ว่าไม่ได้นำมาแชร์ในเว็บเพราะรู้สึกว่ายังไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่พอลำดับเหตุการ์ดูแล้ว คิดว่าคงจะใช่อย่างที่ผมคิด จึงถือโอกาสเอาข้อมูลมาแชร์ให้มิตรรักแฟนงั่งของผมได้รู้ครับ

เรื่องมีอยู่ว่า ผมได้นัดพบกับพี่ชายท่านนึงที่รู้จักกันใน facebook เพื่อทำการขอแบ่งบูชางั่งจากเค้า ซึ่งเค้ามีอยู่หลายแบบ โดยการนัดพบกันในครั้งนั้น นัดกันที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งเส้นเลียบด่วนเอกมัย-รามอินทรา โดยผมได้พาภรรยาไปด้วย ซึ่งในระหว่างที่รอผมคุยกับพี่คนนั้น แฟนผมก็ไปอาร้านขนมนั่งกินเล่นเพื่อรอผมเจรจา โดยที่ตัวผมและพี่คนนั้นได้นั่งคุยกันในรถของเค้าซึ่งสตาร์ทเครื่องเปิดแอร์อยู่ที่ลานจอดรถด้านหน้าห้าง โดยการพูดคุยนั้นก็เป็นไปอย่างสนุกสนานครับ เพราะว่าพี่เคาเอางั่งและเป๋อหลายแบบมาให้ผมเลือก และเหตุผลที่ต้องคุยกันในรถเพราะของมีหลายอย่างครับ พี่เค้าใส่ไว้ในตะกร้า (ผลไม้) เอาผ้าวางรองไว้

จะถือออกมานอกรถเดินเข้าไปในห้างคงไม่สะดวก และก่อนหน้านี้ผมคุยกับพี่เค้าแล้วหลายครั้ง จึงไม่กังวัลกับการนัดดูของในครั้งนี้ โดยผมสนใจงั่งของเค้าอยู่ 1 ตัวครับ และก็ตกลงเจรจาขอแบ่งกันเรียบร้อย หลังจากพูดคุยเรื่องงั่งและเป๋อเสร็จแล้ว เค้ามีของดีเอามาโชว์ผมครับ นั่นคือสีผึ้งของฤาษีท่านนึง (เค้าเป็นลูกศิษย์ของฤาษีท่านนี้) โดยบอกผมว่าของฤาษีท่านนี้แรงจริง ใช้ได้ผลมาก ยิ่งเรื่องสเน่ห์แล้วไม่ต้องพูดถึง หากใครไปขอแล้วเค้าแบ่งให้ ใช้ได้ผลดีทุกคน ส่วนตัวผมรู้จักสีผึ้งครับ รู้ว่าเน้นด้านเมตตา เกจิต่างๆก็มีทำออกมามากมาย แต่สีผึ้งสายพรายนี่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน โดยที่สีผึ่งตลับนี้ พี่คนนี้เค้าไปพลีมากับอาจารย์เองเลยครับ บอกชื่อผมมาด้วยว่าไปพลีของคนชื่ออะไรมา (แต่ตอนนี้ผมจำชื่อไม่ได้แล้ว) บอกด้วว่าสภาพที่ไปเอามานี่ เป็นปลาร้าเลยครับ 555 ซึ่งผมก็ไม่ได้สนใจอะไรมากครับเพราะผมสนใจแต่งั่งและเป๋อ เค้าแนะนำผมว่าถ้าอยากได้ของดี ลองไปหาฤาษีท่านนี้ดู อยู่ที่จังหวัดแห่งหนึ่งภาคอีสาน จากนั้นเค้าก็เปิดตลับพลาสติกแล้วให้ผมลองดูสีผึ้ง สีผึ้งนั้นสีจะออกน้ำตาลๆ

และให้ผมลองดมสีผึ้งดู ผมก็ลองดมเพราะไม่เคยได้กลิ่นมาก่อนว่าเป็นอย่างไร กลิ่นก็แปลกๆครับ ไม่เหม็นและก็ไม่หอม กลิ่นคล้ายๆสีผึ้งทั่วไป พอให้ผมดมเสร็จพี่เค้าก็ถามผมว่าเป็นยังไงบ้าง ผมก็บอกว่าปกติครับ ไม่เหม็น เค้าเองออกอาการแปลกใจและถามผมอีกครั้งว่าไม่รู้สึกอะไรเลยหรือ ผมก็ตอบไปตรงๆว่าไม่รู้สึกอะไร จากนั้นเราก็คุยกันต่อเรื่องงั่งและเป๋ออีกนิดหน่อย จึงแยกย้ายกัน

พอได้งั่งมาใหม่ 1 ตัว ก็ดีใจมากครับ เพราะเป็นพิมพ์ที่ผมยังไม่เคยมี เลยไม่ค่อยได้สนใจเรื่องอื่น ผมใช้เวลาในการนั่งคุยกับพี่เค้าประมาณเกือบ 1 ชั่วโมง เพราะดูงั่งกันหลายตัวและคุยกันหลายหัวข้อ พอเสร็จแล้วก็รีบกลับบ้านเลยครับ ผมก็เดินเข้าไปในห้างเพื่อรับแฟนกลับบ้าน ระหว่างขับรถกลับบ้านเริ่มมีอาการปวดหัวนิดๆ จากนั้นอาการปวดหัวก็ค่อยๆมากขึ้นครับ มันไม่ได้ปวดหัวจี๊ดแบบทำอะไรไม่ได้ แต่เป็นอาการปวดหัวแบบตึ่บๆ ค่อยๆปวดมากขึ้นแต่ผมก็ยังสามารถขับรถกลับบ้านได้ตามปกติ กลับถึงบ้านก็ยังมีอาการปวดหัวอยู่ครับ จัดหนักเลย ตึ่บเลย ผมเลยเล่าเรื่องที่ไปดูงั่งและไปดมสีผึ้งให้ที่บ้านฟัง จากนั้นผมจึงขอนอนพักเผื่ออาการจะดีขึ้น คุณแม่พอได้ยินอย่างนั้นจึงเดินขึ้นไปบนบ้านชั้น 2 หยิบน้ำมนต์บนหิ้งพระมา เอามาอาราธนาแล้วเปิดฝาขวดน้ำมนต์ เอามาพรมลงบนหัวผม

เชื่อไหมครับอาการปวดหัวของผมที่เริ่มเป็นมาตั้งแต่ตอนที่ดูพระงั่ง หลายเลยครับ แต่การหายจะไม่ใช่แบบว่าพอน้ำมนต์โดนหัวแล้วหายปั๊ปเลยนะครับ อาการจะค่อยปวดหัวน้อยลงและรู้สึกหัวโล่ง ภายใน 3 นาที อาการปวดหัวต่างๆ หายหมดเลยครับ ผมเองไมได้พูดอะไรมากนัก ได้แต่บอกกับที่บ้านว่า อาการดีขึ้นแล้ว ไม่ต้องนอนพักแล้ว

เคยอ่านเจอในบทความครับ ว่าเวลาคนโดนของให้เอาเท้าแม่มาเหยียบหัว พอเจอเหตกาณ์แบบนี้ รู้สึกคล้ายๆกันเลยครับ โชคดีครับที่วันนั้นผมกลับไปหาแม่กับพ่อที่บ้านก่อน ถ้ากลับบ้านตัวเองเลยนี่ไม่รู้จะจบยังไง

ซึ่งบุคลในเหตการณ์ที่อยู่ตั้งแต่เริ่มคือแฟนผม ส่วนคุณพ่อและคุณแม่จะอยู่ในช่วงหลังตอนที่ผมกลับมาถึงบ้านแล้ว และคนที่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นทั้งหมดนั้นก็จะมีผมคนเดียว เพราะคนอื่นไม่รู้ว่าผมไปทำอะไรมาบ้าง และรู้สึกอย่างไร หลังจากผ่านเหตการณ์นี้ ผมจึงคิดได้ว่า พี่เค้าคงอยากลองดูว่า ผมพกงั่งและเป๋อหลายๆแบบ พอดมสีผึ้งพรายของเค้าแล้ว จะมีอาการอย่างไร

โดยเจตนาแล้ว เค้าไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไรกับผมหรอกครับ อาจจะแค่อยากลองของก็แค่นั้น และที่ผมกล้าดมก็เพราะว่า ผมก็มีของดีเหมือนกัน (แขวนงั่งชุดเก่งไว้ที่เอว จะกลัวอะไร 555) แอบคิดเล่นๆครับ ถ้าเป็นคนอื่นสงสัยคงแย่ ต้องมีปวดหัว อ้วกแตกแน่ๆ แต่ท้ายที่สุดก็ต้องกลับบ้านให้คุณแม่ช่วย โถๆๆๆ

เอาเป็นว่าไม่สามารถสรุปได้ทางวิทยาศาสตร์ว่าวันนั้นเกิดอะไรขึ้นกับผม
– สีผึ้งแรง
– ของผมดี
– ผมป่วยเอง เลยปวดหัว
– น้ำมนต์จากแม่ ชนะทุกสิ่ง
– ถูกทุกข้อ

เรื่องพวกนี้ไม่เจอกับตัวไม่รู้ครับ ผมเองพยายามหาเหตุผลอธิบายในเชิงวิทยาศาสตร์ ก็ยังรู้สึกว่าไม่ตอบโจทย์ เอาเป็นว่ามาแชร์เรื่องนี้ให้อ่านกันเป็นข้อมูลครับ ทางที่ดีอย่าไปยุ่งกับสายพรายเลยครับ ถ้ามีจริง ก็เป็นการทรมานวิญญาณผู้ล่วงลับครับ แทนที่จะได้ไปเกิด กลับต้องมาถูกจองจำสะกดเอาไว้ ยิ่งเอาไปใช้เรื่องสเน่ห์นี่ยิ่งทำบาปทำกรรมซ้ำซ้อนไปอีก และถ้าคุณเชื่อเรื่องที่ผมเล่าจริงๆ สุดท้ายก็จะเห็นว่า พุทธคุณที่แท้จริง (และคุณแม่) ก็จะทำให้ของพวกนี้เสื่อมได้

เอวังก็มีด้วยประการะฉะนี้

XOXO

แอดเป็นเพื่อนกับเราใน Line
คุณจะไม่พลาดข่าวสารและบทความล่าสุดจากเรา

เพิ่มเพื่อน

รับซื้องั่งและเป๋อเก่า

ติดตามเราผ่าน Google+

ติดตามเราผ่าน Facebook Fanpage

 

ใส่ความเห็น