ไอ้งั่งหัวโล้นตาแดงโบราณ MODERN MAJIK

แชร์ประสบการณ์ ไอ้งั่งหัวโล้นตาแดง (30 วัน ต่อเนื่อง)

คลิกดู VDO จากลิงค์ด้านล่าง

https://modernmajik.com/wp-content/uploads/2019/02/video.mov

ผมเคยมีไอ้เป๋อหรือไอ้งั่งที่เป็นพิมพ์รูปคนนั่งแก้ผ้าที่เป็นผู้ชายมาแล้วหลายตัว ซึ่งตัวที่ผมมีประสบการณ์เยอะๆนั้นคือ “ไอ้ทิด” อ่านบทความเกี่ยวกับไอ้ทิดได้ คลิก

ซึ่งล่าสุดผมได้ ไอ้งั่งหัวโล้นตาแดง (อีหง่าง) มาเพิ่มอีก 1 ตัว โดยจากประวัติที่เจ้าของเก่าเล่าให้ฟัง ตัวนี้ไม่ธรรมดา ผมจึงอยากจะลองใช้งานดูว่า จะแตกต่างหรือได้ผลอย่างไร ผมจึงตั้งใจจะบันทึกข้อมูลในช่วงทดลองใช้งาน โดยจะลองใช้ประมาณ 30 วัน ใช้แบบเดี่ยวๆ เพื่อที่จะได้เห็นผลว่าเป็นอย่างไร มาเริ่มกันเลยครับ

————————————————————————————————————

วันที่พฤหัสบดีที่ 21 ก.พ. 62

มีพัสดุมาส่งที่บ้านเวลาประมาณ 9.39 น. ซึ่งผมไม่อยู่บ้านเพราะว่าออกมาทำงาน ภรรยาเป็นคนรับพัสดุแทน ด้วยความตื่นเต้นเลยบอกให้ภรรยาแกะห่อเพื่อถ่ายรูปของให้ดู ภรรยาเลยแกะกล่องแล้วถ่ายรูปมาให้ดู โดยหลังจากส่งรูปมาให้ดูแล้ว บอกว่าตอนแกะกล่องออกมาแล้วได้จับของรู้สึกขนลุก (อันนี้ผมเคยเจอประสบการณ์กับมะขามเทศมาแล้ว เลยรู้ว่าเป็นยังไง) หลังจากส่งรูปให้ผมดูทางไลน์แล้ว ก็ไม่ได้คุยกันเพิ่ม ซึ่งมีข้อความตามภาพที่ปรากฏครับ (ขอเบลอหน้าภรรยาและลูกเพื่อความเป็นส่วนตัวนะครับ ส่วนผมเปิดเผยหน้าได้ 555)

แชร์ประสบการณ์ "ไอ้งั่งหัวโล้นตาแดง" 30 วัน ติดต่อกัน MODERN MAJIK

แชร์ประสบการณ์ "ไอ้งั่งหัวโล้นตาแดง" 30 วัน ติดต่อกัน MODERN MAJIK

แชร์ประสบการณ์ "ไอ้งั่งหัวโล้นตาแดง" 30 วัน ติดต่อกัน MODERN MAJIK
“ไอ้งั่งหัวโล้นตาแดง” ถ่ายบรูปคู่กับ Bearbrick MMFK (Limited Edition) ตุ๊กตาสูง 7 ซ.ม. แอบเห็นเบจิต้ายืนอยู่ข้างหลัง 555

แชร์ประสบการณ์ "ไอ้งั่งหัวโล้นตาแดง" 30 วัน ติดต่อกัน MODERN MAJIK

หลังจากกลับไปถึงที่บ้านผมก็ได้นั่งทานข้าวและมีคุยกันเรื่องนี้นิดหน่อย ผมเล่าให้ภรรยาฟังเบื้องต้นว่าเจ้าของเก่าบอกว่า “เอาเรื่อง” พอสมควร แต่เนื่องจากภรรยาผมรู้ว่าผมสะสมและใช้งานงั่งมาตั้งแต่เริ่มต้นแล้ว (5 ปีกว่าๆ) จึงไม่แปลกใจกับเรื่องราวของงั่งและเป๋อ โดยเฉพาะเรื่องที่เจ้าของเดิมเล่าให้ฟังก่อนจะขายให้ผม เพราะหลายๆครั้งก็จะมองว่าเป็นการเล่านิทานเพื่อขายของหรือเป็นความเชื่อและประสบการณ์ของแต่ละคน จึงไม่ได้สนใจอะไรมากนัก จนทานข้าวเสร็จแล้วขึ้นไปบนห้องนอนผมจึงได้จับ “ไอ้งั่งหัวโล้นตาแดง” เป็นครั้งแรก วินาทีที่ได้จับนั้นบอกเลยครับว่า

ไม่รู้สึกอะไรเลย (กะว่าจะพีคใช่ไหม 555)

รู้สึกเหมือนจับโลหะเย็นๆ อีกอย่างพอแฟนผมเล่าว่าจับแล้วขนลุก มันจึงเป็นเรื่องที่ผมรู้แล้ว หรือคาดหวังว่ามันจะต้องมีอะไรแน่ๆ ไอ้ความรู้สึกแบบนี้ อาจทำให้ผมไม่รู้สึกอะไรเลยก็เป็นได้ เพราะจากประสบการณ์ที่ผมเจอในการจับงั่งครั้งแรกนั้น หากเป็นตัวที่เด็ดๆ อาการมึนหัวตึ่บๆนี่จะมาก่อนเลย แต่หลายๆตัวจับแล้วไม่รู้สึกอะไรเลยก็มีครับ ซึ่งไม่ได้แปลว่าตัวที่จับแล้วไม่รู้สึกอะไรนั้นจะไม่ดี โดยเฉพาะไอ้เป๋อและอีเป๋อที่ผมมี จับแล้วจะรู้สึกเย็นๆสบายๆ แต่สำหรับไอ้งั่งตาแดงหรือตาโปน ตัวจี๊ดๆ ก็จะมึนหัวตึ่บๆ ผ่านไปสัก 2-3 วันก็หายครับ ซึ่งผมว่าอาการแบบนี้ หากใครเคยใช้งั่งและเป๋อรวมถึงพระชัยเก่าๆ จะรู้ว่าเป็นยังไง

หลังจากได้สัมผัสและส่องดูตามซอกมุมต่างๆด้วยตาเปล่าแล้ว ผมก็เอากล้องส่องพระมาส่องดูตามจุดต่างๆ โดยภาพรวมของไอ้งั่งตาแดงหัวโล้นตัวนี้ เป็นงั่งทองเหลือง ลักษณะรูปร่างจะไม่เหมือนกับของใหม่ทีเราเห็นทั่วๆไป ขนาดพอเหมาะไม่ใหญ่ไม่เล็กเกินไป มีมิติ ความโค้งมน ดูสมดุล ถ้าเป็นของใหม่ทรงจะแปลกๆ แบนๆ ดูขัดหูขัดตา ตัวนี้ตาเป็นทองแดง ผิวโลหะสึกเนียนจากการใช้งาน ตามซอกหลืบมีคราบฝุ่นและเส้นใยผ้าติดอยู่ ดูแล้วรู้ว่าใช้แบบไม่ได้โดนน้ำเพราะไม่มีคราบสบู่ คราบน้ำ มีแต่คราบเขียวจากความชื้นนิดหน่อย ซึ่งผมถูกใจมากกับ “ไอ้งั่งหัวโล้นตาแดง” ตัวนี้ ดูรูปทั้งหมดของไอ้งั่งหัวโล้นตาแดง…คลิก

ไอ้งั่งหัวโล้นตาแดง "โงกุน" MODERN MAJIK
ไอ้งั่งหัวโล้นตาแดง “โงกุน” MODERN MAJIK
ไอ้งั่งหัวโล้นตาแดง "โงกุน" MODERN MAJIK
ไอ้งั่งหัวโล้นตาแดง “โงกุน” MODERN MAJIK

โดยธรรมเนียมปฏิบัติของผม ได้ของมาแล้ว ส่องดูด้วยกล้องแล้วก็ถึงเวลาทำความสะอาดด้วยแอลกอฮอล์ เพราะไม่รู้ว่าเจ้าของเดิมเค้าใช้แบบไหนมา เอาอะไรแปลกๆมาทามาถูที่ตัวงั่งรึเปล่า กลัวว่าจะสกปรกเดี๋ยวผมเอามาใช้แล้วจะผื่นขึ้น 555 หลังจากเช็ดทำความสะอาดด้วยแอลกอฮอล์แล้ว ผมก็เอาเชือกมาร้อยที่ตัวงั่ง เพื่อเตรียมแขวนเอวใช้งาน

ด้วยความเห่อครับ ใส่นอนเลย เอาดิ่ ให้มันรู้กันไปเลย โดยหลังจากนอนไปสักพัก ลูกสาวผมวัย 2 ขวบกว่าๆเกือบ 3 ขวบ ก็ตื่นมาร้องให้งอแงตอน 5 ทุ่ม งอแงนิดหน่อย หลังจากหลับไปตั้งแต่ช่วง 4 ทุ่ม พอภรรยาผมกล่อมสักพักก็หลับ

ผ่านการใช้งานคืนแรกไปได้อย่างปกติ

*ผมเขียนบทความเรื่องนี้ในวันที่ 23 ก.พ. 62 เวลา 9.28 น. โดยเขียนย้อนหลัง ดังนั้นเรื่องจึงดูเป็นบทสรุปและมีการเล่าแบบเชื่อมโยงประสบการณ์การใช้งานไอ้งั่งหัวโล้นตาแดง ในวันที่ 22 ก.พ. 62

 

————————————————————————————————————

 

วันศุกร์ที่ 22 ก.พ. 62

ผมแขวนไอ้งั่งหัวโล้นตาแดงมาทำงานด้วย โดยไม่รู้สึกเกะกะอะไรมาก เพราะขนาดเล็กกว่าไอ้ทิดและอีจุกพอสมควร การพกมาทำงานของผมนั้น ไม่มีอะไรตื่นเต้นหวือหวาครับ เพราะวันนี้ผมทำงานอยู่ใน Office ทั้งวัน ไม่ได้เจอลูกค้าหรือ Supplier หน้าใหม่ๆ และไม่ได้ออกไปไหน เลยเป็นวันทำงานปกติของผม แต่ด้วยวันนี้ผมใส่กางเกงยีนส์ทรง Slim fit แล้ะสื้อเชิ๊ตทรงพอดีตัว ตรงเอวเลยดูนูนๆออกมาสักหน่อย หากไม่สังเกตคงไม่เห็น ผ่านไปได้ครึ่งวันรู้สึกไม่สะดวกเพราะแขวนไว้ตรงเอว จะติดกับขอบเข็มขัด ผมจึงถอดออกแล้วเอามาใส่ในกระเป๋าเล็กๆแทน โดยวางไว้ที่โต๊ะทำงานครับ

พอเลิกงานก็ขับรถกลับบ้าน โดยผมหยิบไอ้งั่งหัวโล้นตาแดง ออกมาจับเล่นไปตลอดทางกลับบ้าน ซึ่งก่อนเข้าบ้านภรรยาได้โทรมานัดให้ออกไปกินข้าวร้านอาหารแถวๆบ้าน ก่อนถึงร้านด้วยความขี้เกียจผมจึงเอาไอ้งั่งหัวโล้นตาแดงมาแขวนคอก่อนลงจากรถ (ผมพกเดี่ยวโดยไม่มีพระเครื่องหรือเครื่องรางของขลังชนิดอื่น)

หลังจากกินข้าวเสร็จจึงขับรถกลับบ้าน ซึ่งระหว่างกินข้าวผมบอกภรรยาว่าตัวนี้เจ้าของเค้าว่าเอาเรื่อง เดี๋ยวสะดวกแล้วจะเล่าให้ฟัง (ซึ่งผมก็กะว่าจะกั๊กข้อมูลเอาไว้ โดยจะไม่บอกภรรยาเพราะกลัวว่าจะเกิดความกลัว) ซึ่งเธอบอกกับผมว่าจะเล่าก็เล่ามาเลย อยากรู้  ผมจึงเล่าให้ฟังในช่วงที่กำลังจะเดินเข้าบ้าน โดยเล่าให้ฟังว่า

เจ้าของคนล่าสุด (พี่ ต.) บอกว่า ไอ้งั่งหัวโล้นตาแดงตัวนี้ แกเคยเอาเข้าไปในห้องนอน ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ ภรรยาแกฝันว่า ในฝันนั้น ได้มีอะไรกับ พี่ ต. 2 วันติด ซึ่งปกติไม่ได้ฝันอะไรแบบนั้นเลย เนื่องจากพี่ ต. อายุประมาณ 47 ปีแล้ว และก็มีลูกอายุประมาณ 15 ปี นี่จึงเป็นเรื่องแปลกสำหรับพี่ ต. ซึ่งหลังจากเกิดเหตุการณ์ภรรยาแกฝันแบบนั้น แกจึงเก็บไอ้งั่งหัวโล้นตาแดงตัวนี้ไว้นอกบ้านบ้าง นอกห้องบ้าง ไม่ให้เข้าไปอยู่ในห้อง

แถ่ม แทม แท๊ม!!! เล่ามาถึงตรงนี้ ภรรยาผมหยุด แล้วบอกผมว่า มีเรื่องจะบอก….

เธอเล่าให้ผมฟังว่า เมื่อวาน (วันที่พฤหัสบดีที่ 21 ก.พ. 62) หลังจากที่ KERRY มาส่งของแล้วและเธอแกะกล่องถ่ายรูปส่งให้ผมดูแล้ว ช่วงกลางวัน ตอนขึ้นไปนอนหลับบนห้อง ภรรยาผมฝันว่า ผมได้ “ซัมบะละฮึ่ย” กับเธอในฝัน ซึ่งที่ไม่ได้เล่าให้ฟังเพราะไม่คิดว่าจะเกี่ยวกับ ไอ้งั่งหัวโล้นตาแดง ตัวนี้ หลังจากผมเล่าเรื่องของ พี่ ต. ให้ฟัง เธอจึงสงสัยว่า…จะเกี่ยวกันไหม (ผมนี่งงเลย ว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะเมื่อวานเย็นหลังกลับบ้านมา ไม่เห็นพูดอะไรเลย)

มาถึงตรงนี้….ตัวผมเองนั้น สตั๊นไป 3 วินาที เพราะไม่คิดว่าเรื่องเล่าจากพี่ ต. ที่เล่าให้ฟังตั้งแต่ก่อนจะปล่อย ไอ้งั่งหัวโล้นตาแดงตัวนี้ให้ผม จะเกิดขึ้นกับภรรยาผมเช่นกัน แต่ด้วยความที่ผมไม่อยากให้ภรรยาตกใจหรือกลัว จึงบอกไปว่า น่าจะเป็นเรื่องบังเอิญมั๊ง เพราะรูปร่างหน้าตาของ ไอ้งั่งหัวโล้นตาแดง ตัวนี้ หากคนทั่วๆไปเห็น จะต้องมีความรู้สึกกลัวแน่ๆ ถึงแม้ภรรยาผมจะเห็นงั่งและเป๋อของผมทุกตัวแล้วก็ตาม แต่ไม่มีตัวไหนที่รูปร่างหน้าตาดุและเอาเรื่องแบบนี้มาก่อน ซึ่งบทสนทนานี้จบลงพร้อมผมภรรยาและลูกสาวเดินขึ้นบนบ้านเตรียมตัวอาบน้ำให้ลูกก่อนเข้านอน

หลังจากเสร็จภารกิจต่างๆแล้ว ภรรยาและลูกผมก็นอนหลับประมาณ 4 ทุ่มนิดๆ ผมเองก็เริ่มง่วงเช่นกัน จึงลุกไปปิดทีวีเพื่อเตรียมเข้านอน หลังจากปิดไฟนอนไปได้สักพัก ลูกสาวผมลูกขึ้นมาร้องไห้ อาการเหมือนเมื่อวาน เหมือนหลับฝันร้าย ปกติเวลาลูกสาวผมละเมอหรือหลับไม่สนิท ก็จะงอแงเล็กน้อย พลิกตัวไปมาแล้วก็จะหลับต่อ แต่คืนนี้เค้าลูกขึ้นมาร้องไห้แล้วก็พูดจาไม่รู้เรื่อง (เป็นเพราะหลับอยู่ ตื่นมาเลยสะลึมสะลือ) ซึ่งผมก็นึกว่าจะเหมือนเมื่อวานที่ให้ภรรยากล่อมแล้วนอนต่อ แต่ครั้งนี้เค้างอแงหนักและพยายามจะพูดอะไรซึ่งตอนแรกฟังไม่รู้เรื่อง พอร้องไห้ไปสักพักจึงค่อยพูดชัดขึ้น ประโยคที่ผมจับใจความได้คือ หนูกลัว ไดโนซอร์ (ไดโนซอร์ คือ ไดโนเสา)

ซึ่งผมต้องเล่าย้อนกลับไปในคืนวันพุธที่ 20 ก.พ. 62 คืนนั้นผมนอนดูรายการคนอวดผี ซึ่งภรรยาผมหลับไปแล้ว เหลือแต่ลูกสาวซึ่งยังไม่นอน เค้าจึงนอนเล่นและดูรายการนี้กับผม ซึ่งผมเองก็ลืมไปว่าไม่ควรให้เด็กดูรายการแบบนี้ ถึงแม้เคาจะยังฟังภาษาไม่เข้าใจ 100% แต่เสียงประกอบและจังหวะการตัดต่อของรายการนั้น มันน่ากลัว ไม่เหมาะกับเด็ก  ช่วง Clip Battle มีคลิปนึงที่ถ่ายติดวิญญาณหน้าขาวๆอ้าปาก ตอนกล้องซูมไปใกล้ๆ ลูกผมนั่งดูอยู่ก็ตกใจ เค้าไม่รู้หริอกครับว่าภาพนั้นมันคืออะไร แต่ในเป็นภาพหน้าของผีหน้าซีดๆ รายการฉายภาพนั้นวนไปมา 3-4 รอบ ลูกสาวผมสะดุ้ง แล้วรีบคลานมานอนกับผมบอกว่ากลัว ผมเลยบอกว่า ไม่ต้องกลัวนะลูก นั่นมันเป็นภาพของ ไดโนซอร์ เค้าหิวข้าว หน้าเลยซีด ลูกผมเลยพูดว่า “หนูกลัวไดโนซอร์”

เอาล่ะครับ…ตัดกลับมาเวลา 5 ทุ่มครึ่งคืนวันศุกร์ที่ 22 ก.พ. 62 กันต่อ…หลังจากลูกผมสะดุ้งตืนขึ้นมาร้องไห้สักพัก แล้วพูดจับใจความได้ว่า หนูกลัวไดโนซอร์ ผมเองนึกถึงภาพของหน้าผีซีดๆที่ลูกผมดูเมื่อวันพุธ โดยลูกสาวผมพูด 2-3 รอบว่าหนูกลัวไดโนซอร์ แล้วเอามือชี้ไปที่ทางทีวี ซึ่งตอนนั้นผมปิดไฟและทีวีเรียบร้อยแล้ว ลูกคงฝันร้ายเกี่ยวกับภาพผีที่เห็นในรายการคนอวดผี (ภรรยาผมไม่ทราบว่ามีเหตการณ์นี้เกิดขึ้น เพราะคืนวันพุธ ผมดูรายการนี้กับลูกสาว 2 คน เค้าหลับไปก่อนแล้ว)

ณ.เวลาที่มันเกิดนั้น มันอาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แค่ลูกสาวสะดุ้งตื่นกลางดึกเพราะฝันร้าย แต่สมองผมนั้น ประติดประต่อเรื่องราวในหัวแล้วเรียบร้อย ความคิดของผมคือ ลูกผมจำภาพความน่ากลัวของใบหน้าผีซีดๆได้ ผ่านมาแล้วคืนที่ 2 ก็ฝันแบบเดิมอีก พอสะดุ้งตื่นขึ้นมาเลยร้องไห้หนักเพราะกลัว แต่ผมดันมีเรื่องราวเพิ่มมาอีกคือ อาจเป็นเพราะไอ้งั่งตาแดงหัวโล้นตัวนี้รึเปล่า เพราะเคยได้ยินมาบ่อยมากเรื่องไปเข้าฝันไล่ปล้ำผู้หญิง และเรื่องกวนเด็กไม่ให้นอน พอคิดได้แบบนี้ผมขนลุกขึ้นมาทันที ความกลัวแว๊บเข้ามาในหัวเลยครับ

แต่ด้วยสัญชาตญาณความเป็นพ่อ…ลูกสาวร้องไห้ หากเป็นเพราะผีหรือวิญญาณ หรืออะไรก็แล้วแต่ที่ติดมากับไอ้งั่งหัวโล้นตาแดง ผมต้องจัดการมันให้ได้ เพราะผมเป็นคนเอาเข้ามาเอง

เมื่อคิดได้ดังนั้นจากความรู้สึกกลัว ผมเปลี่ยนเป็นความโกรธทันที

ผมลุกขึ้นเปิดไฟห้องนอน พร้อมกับหยิบกุญแจรถและกุญแจโรองจอดรถ แล้วเดินออกจากห้องนอนไปทันที พร้อมเอามือตบที่ตัวไอ้งั่งหัวโล้นตาแดงที่เอวแล้วพูดในใจว่า ถ้าจะมาอยู่ด้วยกันแล้วทำแบบนี้ ไปนอนนอกบ้านซะ เนื่องจากบ้านที่ผมอาศัยอยู่นั้นเป็นตึก 3 ชั้น ซึ่งไม่มีที่จอดรถ ผมจึงเช่าที่จอดรถซึ่งอยู่ตรงข้ามบ้านเอาไว้

ณ.เวลา 23.30 น. มีชายคนนึงท่าทางงุ่นง่านฉุนเฉียว เดินถือของบางอย่างไปที่ลานจอดรถ ในชุดเสื้อยืดห่านคู่สีขาวพร้อมกางเกงนอน Boxer เป็นที่แปลกใจกับผู้ที่ได้พบเห็นในเวลานั้น

ผมเอาไอ้งั่งหัวโล้นตาแดงไปเก็บไว้ในรถ พร้อมพูดในใจก่อนล็อครถว่า ซ่านักก็นอนในนี้แล้วกัน จากนั้นก็ปิดโรงรถล็อคกุญแจแล้วเดินกลับเข้าบ้าน ซึ่งเวลา 5 ทุ่มครึ่งแถวบ้านผมเค้าปิดบ้านนอนกันหมดแล้ว แต่ถนนและโรงจอดรถในไม่ได้มืดแต่อย่างใด ไฟถนนในซอยก็สว่างดี ผมหัวร้อนมากและโกรธจริงๆ พอผมเดินกลับเข้าห้องนอน ลูกสาวผมก็นอนหลับไปแล้วเรียบร้อย ภายใต้อ้อมกอดอันอบอุ่นจากภรรยาผม

ภรรยาถามผมว่าไปไหนมา ผมบอกเอาไอ้งั่งหัวโล้นตาแดงไปเก็บในรถ ซึ่งตัวภรรยาผมเค้าพูดขึ้นว่า “ไม่น่าจะเกี่ยวนะ” น่าจะฝันร้ายมากกว่า ซึ่งผมไม่ได้โต้ตอบอะไรกลับไป เพราะผมตัดสินใจไปแล้วว่าน่าจะเกิดจาก ไอ้งั่งหัวโล้นตาแดงตัวนี้ ลองคิดดูนะครับ ผมนอนกับลูกสาวทุกวัน ผมรู้อาการเค้าดีว่าหากนอนไม่หลับเพราะฝันร้ายหรือละเมอจะเป็นแบบไหน ยิ่งอาการตอนที่ตื่นมาแล้วพยายามจะพูดเล่าว่าเกิดอะไรขึ้นนั้น ผมสงสารลูกมาก นอกจาการร้องไห้แล้ว ท่าทางของลูกผม มันบ่งบอกว่ามีอะไรบางอย่างที่ทำให้เธอกลัว ซึ่งไม่ได้อยู่ในความฝัน มันอยู่ตรงนั้น…ภายในห้องนอนผมซึ่งผมและภรรยามองไม่เห็นและสัมผัสไม่ได้ แต่ลูกผมเค้ารู้สึก (ลูกผมเป็นเด็กสุขภาพดี  ไม่เคยมีอาการ “โคลิค” แต่อย่างใด)

*โคลิค คืออะไร ไปตามอ่านกันได้ที่ โคลิค

หลังจากที่ลูกผมหลับแล้ว ผมหลับไม่สนิทเลยครับ กังวลว่าลูกจะร้องไห้อีก เรียกว่าผมรู้สึกตัวตลอดทั้งคืน ลืมตามาคอยดูลูกว่าหลับสนิทไหม เป็นความรับผิดชอบของผมที่ต้องทำ ซึ่งปรากฏว่าลูกผมหลับสบายดี

ตื่นเช้ามาประโยคแรกที่ทำคือทักทายผมตามปกติ แล้วก็พูดถึงเรื่องการ์ตูนที่อยากดู  (เรื่อง SING ใน NETFLIX) ซึ่งผมลองถามลูกดูแล้วว่าเมื่อคืนทำไมร้องไห้ เค้าจำไม่ได้ และไม่ได้พูดถึง ดังนั้นถือว่าผ่านคืนที่ 2 ไปอย่างสนุกสนานและบันเทิง

การที่ผมตัดสินใจเอาไอ้งั่งหัวโล้นตาแดงลงไปเก็บในรถนั้น ผมถือว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้องและเป็นสิ่งที่ผมควรจะทำ ลองคิดดูครับ ผมเอามาอยู่ด้วย มาเข้าฝันแฟนผมยังไม่พอ ยังมากวนลูกผมอีก พูดแล้วขึ้น!!!

“จะเจ๋งมาจากที่ไหนมาผมไม่รู้ จะเก่าขนาดไหนผมไม่สน แต่มาอยู่ด้วยกันต้องเข้าใจกติกาและมารยาท”

งั่งและเป๋อทุกตัวของผม ผมดูแลอย่างดี ไม่เคยมีมาทำอะไรแบบนี้ พาไปเที่ยวต่างประเทศ ไปโน่นมานี่ ผมพาไปหมด ผมใช้แล้วประสบการณ์ดีมาก

วันดีคืนดี มีงั่งเข้ามาใหม่ในบ้าน มาถึงแล้วโชว์เหนือ คิดว่าผมจะยอมไหมครับ มันต้องเจอกันสักหน่อย ถามว่ากลัวไหม ตอบเลยว่ากลัว แต่ด้วยความเป็น MODERN MAJIK จะปล่อยให้งั่งโชว์เหนือไม่ได้ จะอยู่ด้วยกันมันต้องคุมกันได้ เอาละเฟร้ย…เป็นไงเป็นกัน

หากอ่านบทความเก่าๆของผมที่ผมชอบทดลองการใช้งานหลายๆแบบ เพื่อที่จะพิสูจน์ทราบความจริง ผมสามารถทดลองได้ครับ แบบไหนก็ได้ แต่ไม่ใช่แบบที่มากวนลูกผม ถ้าแบบนี้ครั้งเดียวถือว่าเกินพอ ผมจะไม่ทดลองเอาเข้าบ้านเพื่อจะดูว่าลูกสาวผมจะร้องไห้อีกไหม จะปล่อยให้อยู่เฝ้ารถในโรงรถนั่นแหล่ะ จนกว่าจะกลับตัวกลับใจได้ แล้วค่อยว่ากัน

ผมเชื่อและศรัทธาในพุทธคุณด้านดีของงั่งและเป๋อเสมอมา เพราะจากการใช้งานมา 5 ปี ประสบการณ์ของผมมันบอกอย่างนั้น และผมเองก็เคยเขียนในบทความไปว่า ผมยังไม่เคยเจองั่งแรงจี๊ดที่เข้าฝันไล่ปล้ำภรรยา น้องภรรยา หรือลูกจ้างผู้หญิงในบ้านผมเลยสักครั้ง จนถึง ณ.วันนี้ ผมชักไม่แน่ใจแล้วว่า ไอ้งั่งหัวโล้นตาแดง ตัวนี้ มันจะยังไง

เอาอย่างนี้ดีไหมครับ ในเมื่อเจอของจี๊ด ของแรง เรามาร่วมเปิดประสบการณ์นี้ไปด้วยกันดีไหม ผมจะรีวิวการใช้งาน ไอ้งั่งหัวโล้นตาแดง ตัวนี้แบบ 30 วันรวด ให้โลกรู้ไปเลยว่าจะเป็นอย่างไร ผม poon007 กับ ไอ้งั่งตาแดงหัวโล้นตัวนี้ ใครจะแน่กว่ากัน ติดตามได้ทุกวันที่นี่ครับ MODERN MAJIK

 


 

การพกไอ้งั่งหัวโล้นตาแดงเพื่อใช้งานโดยการแขวนเอว MODERN MAJIK
การพกไอ้งั่งหัวโล้นตาแดงเพื่อใช้งานโดยการแขวนเอว

วันเสาร์ที่ 23 ก.พ. 62

หลังจากที่ผมทิ้งไอ้งั่งหัวโล้นตาแดงไว้ในรถเพราะโกรธที่มากวนลูกสาวผม วันรุ่งขึ้น (วันเสาร์) ผมก็อาบน้ำแต่งตัวไปทำงานตามปกติ ไปถึงในรถไอ้งั่งหัวโล้นตาแดงก็อยู่ในถุงที่ผมใส่ไว้ ไม่ได้หายไปไหน

จากคำพูดของแฟนเมื่อคืนประโยคที่ว่า “ไม่น่าจะเกี่ยวกับไอ้งั่งหัวโล้นตาแดงตัวนี้ เพราะลูกก็เคยมีอาการงอแงแบบนี้มาก่อน ถึงจะไม่ค่อยได้เป็นก็เหอะ” วันนี้ผมจึงแอบคิดว่า เมื่อคืนผมใจร้อนเกินไปรึเปล่า ที่รีบเอาไอ้งั่งหัวโล้นตาแดงไปเก็บไว้ที่รถ ทั้งๆที่ความจริงอาจจะเป็นความบังเอิญก็ได้ ที่ลูกผมร้องไห้ และวันก่อนที่แฟนผมฝันกลางวัน

ผมเองก็มีข้อมูลที่อ้างอิงความเชื่อฝั่งผมดังนี้
• ประเด็นที่ ๑ ภรรยาผมฝันเหมือน ภรรยาพี่ ต. เจ้าของเก่า (ซึ่งมันเป็นเรื่องบังเอิญมาก)
• ประเด็นที่ ๒ ลูกสาวผมงอแง เหมือนมีอะไรมาเข้าฝันและกวนไม่ให้นอน

ลองคิดดูดีๆครับ
ประเด็นที่ ๑ มันต้องบังเอิญขนาดไหน ที่คน 2 คน จะมีประสบการณ์แบบเดียวกัน ในช่วงระยะเวลาที่ห่างกันเป็นสิบๆปี ซึ่งภรรยาพี่ ต. ฝันแบบนี้ 2 คืนซ้อน เพราะพี่ ต. เอาไอ้งั่งตาแดงหัวโล้นตัวนี้เข้าไปในห้องนอน ซึ่งผมก็ได้นำไอ้งั่งตาแดงหัวโล้นตัวนี้มาไว้ในห้องนอนเช่นกัน

ประเด็นที่ ๒ ลูกผมไม่ได้นอนร้องไห้งอแงแบบนี้มานานมากแล้ว หลังจากที่ผมเอาไอ้งั่งตาแดงหัวโล้นตัวนี้เข้าห้องนอน คืนแรกวันที่ 21 ก.พ. 62 ลูกผมก็มีอาการแบบนี้ 2 คืนติด ซึ่งในคืนวันที่ 22 ก.พ. 62 อาการหนักกว่าคืนแรกมาก

ความเชื่อที่ต่อต้านเรื่องนี้
• ในบ้านผมมีพระบูชาและในห้องนอนผมก็มีพระเครื่อง มีไอ้งั่งและอีเป๋อตัวที่เด็ด ถ้าไอ้งั่งหัวโล้นตาแดงตัวนี้จะมาออกฤทธิ์เดช จะผ่านด่านมาได้อย่างไร
• มันอาจจะบังเอิญจริงๆก็ได้ ที่แฟนผมฝันและลูกผมร้องไห้ ทั้งๆที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับไอ้งั่งหัวโล้นตาแดงตัวนี้เลย

เอาล่ะสิ…ยังไงล่ะทีนี้

เอาเป็นว่า ผมยังเชื่อว่าผมทำสิ่งที่ถูกต้องที่เอาไอ้งั่งตาแดงหัวโล้นไปเก็บไว้ในรถ เพื่อควบคุมไม่ให้สถานการณ์บานปลาย แต่สิ่งที่ต้องทำต่อจากนี้ไปคือ ผมต้องศึกษาและทำความเข้าใจ “ไอ้งั่งตาแดงหัวโล้น” ตัวนี้ให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ เพื่อให้รู้ว่าจะต้องดูแลยังไง

ไม่ใช่ว่าพอเจอประสบการณ์แบบนี้แล้วผมจะเลิกใช้งาน หรือว่าเอาไปทิ้ง หรือปล่อยต่อให้คนอื่น ผมต้องค่อยๆศึกษาและแชร์ข้อมูลให้มิตรรักแฟน MODERN MAJIK ได้รู้ นี่คือเหตุผลที่ผมพยายามจะเขียนบทความเรื่อง แชร์ประสบการณ์ “ไอ้งั่งหัวโล้นตาแดง” 30 วัน ต่อเนื่อง

เอาล่ะครับ กลับมาที่การใช้งานในวันนี้ก่อน วันนี้ผมไปทำงาน พกไอ้งั่งหัวโล้นตาแดงไปด้วย ชีวิตก็เป็นปกติดีครับ งานยุ่งทั้งวันจนถึงเวลาเย็นเลิกงาน จึงขับรถกลับบ้าน ซึ่งวันนี้ผมนัดภรรยาทานข้าวนอกบ้าน ซึ่งเราไปกินกันเป็นประจำ เป็น Community Mall แถวๆบ้านผม ชื่อ Victoria Garden อยู่ถนนเพชรเกษม อยู่แถวๆคลองขวาง (ซอยบางบอน 3) ซึ่งสถานที่แห่งนี้หากใครเคยไป จะรู้ว่าถ้าเป็นวันเสาร์และอาทิตย์ จะหาที่จอดรถยากมาก

ดังนั้น…ผมจึงต้องลองของซักหน่อย เป็นวิธีลองงั่งมาตรฐานของผมเลยครับ เวลาขับรถไปไหน จะขอให้ช่วยให้ได้จอดรถง่ายๆ ซึ่งพอขับรถเข้าไปตรงลานจอดรถ เจอรถถอยออกพอดีเลยได้จอดแบบสบายๆเลย ซึ่งการได้ที่จอดแบบนี้ ไม่ทำให้ผมเชื่อว่าเป็นเพราะงั่ง 100% หรอกครับ เพราะมันอาจจะบังเอิญก็ได้ (แต่เชื่อผมไหมครับ ว่างั่งบางตัวของผม มักจะทำให้เกิดเรื่องบังเอิญแบบนี้บ่อยๆ 555)

ในช่วงทานข้าวมื้อค่ำ ผมคุยเรื่องไอ้งั่งหัวโล้นตาแดงกับภรรยาผมอีกครั้งแบบค่อยๆคุยกันอย่างมีเหตผล ซึ่งภรรยาผมยังเชื่อว่าน่าจะเป็นเรื่องบังเอิญ แต่ผมยังรู้สึกว่าไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบเมื่อคืนก่อนอีก วันนี้ผมจึงเอาไอ้งั่งหัวโล้นตาแดงไว้ในรถอีกคืน เพราะวันนี้รู้สึกเพลียที่เมื่อคืนนอนไม่ค่อยหลับ จึงไม่ได้มีแผนที่จะทดลองใช้งานไอ้งั่งหัวโล้นตาแดง หรือลองของอะไรเพิ่มเติม

สรุปว่าในคืนนี้ลูกสาวผมหลับสบาย ทั้งผมและภรรยาก็นอนหลับสบายเช่นกัน ตื่นเช้ามาก็ไม่ด้มีการฝันอะไรแปลกๆ ผ่านวันที่ 3 ของการใช้งานไปได้แบบสบายๆครับ

 


การเซ่นไอ้งั่งหัวโล้นตาแดงและเชิญเข้าบ้าน MODERN MAJIK
การเซ่นไอ้งั่งหัวโล้นตาแดงและเชิญเข้าบ้าน

วันอาทิตย์ที่ 24 ก.พ. 62

ตื่นเช้ามาวันนี้ สดชื่นและสดใสดีครับ ลูกสาวผมเป็นหวัดขี้มูกไหลนิดหน่อยเพราะอากาศเปลี่ยน และวันนี้มีนัดกับคุณหมอเพื่อฉีดวัดซีนด้วย เวลาช่วงเช้าจึงหมดไปกับการนอนเล่นบนเตียงกับลูก โดยช่วงเช้าผมสาละวนอยู่กับภารกิจประจำวันอาทิตย์ การอาบน้ำแปรงฟันให้ลูก เสร็จแล้วช่วงสายก็พาลูกลงมากินข้าวเช้า และเตรียมตัวไปหาหมอ เสร็จจากหาหมอก็ไป Shopping ต่อที่สยามพารากอน

ซึ่งไปขับรถวนหาที่จอดรถในตึก Siam Center นั้นก็ไม่ง่ายครับ ขับวนจนเกือบถึงชั้นบนสุดถึงจะมีที่ว่าง (ปกติถ้าผมไปเดินสยามพารากอน ผมจะจอดที่ตึด Siam Center ครับ เพราะถ้าไปจอดที่สยามพารากอน หาที่จอดรถยากมาก เคยขับวนเป็นครึ่งชั่วโมงยังหาที่จอดไม่ได้เลยครับ งั่งเจ๋งแค่ไหนก็ช่วยไม่ได้ 555)

เสร็จจากซื้อของ ทานข้าว ช่วงเย็นก็แวะไปเยี่ยมเพื่อนภรรยาที่โรงพยาบาลจุฬา ที่เพิ่งคลอดลูก หลังจากเยี่ยมเพื่อนภรรยาเสร็จ ก็แวะไปทานข้าวเย็นที่บ้านคุณแม่ของผม (หลังที่เคยแชร์ประสบการณ์เรื่อง “ทองแดง” ที่โดนประตูห้องนอนล็อค เข้าห้องไม่ได้ อ่านบทความนี้ คลิก ) หลังจากทานข้าวเย็นบ้านคุณแม่เสร็จ ก็กลับบ้าน

โดยตลอดเวลาตั้งแต่เมื่อวานซืน หลังเกิดเหตุการณ์ในคืนวันศุกร์ ผมคิดในหัวอยู่ตลอดว่า ผมพลาดอะไรไปรึเปล่า ทำไมจึงเกิดเหตการณ์แบบนี้ขึ้นกับผม ทั้งๆที่ผมใช้งั่งและเป๋อมาแล้วนับไม่ถ้วน!!!

ผมพลาดตรงไหนฟระ???

ผมจึงค่อยๆลำดับเหตการณ์ว่า เกิดอะไรขึ้นบ้าง โดยเริ่มตั้งแต่
1.งั่งมาส่งที่บ้าน – แฟนแกะดู – แฟนเข้านอนและฝันกลางวัน
2.ผมกลับมาบ้าน – มาจับดูของจริง – ถ่ายรูปและถ่ายวีดีโอ – โพสต์โชว์ใน FB / IG
3.ลูกนอนหลับ – ลูกฝันร้าย – โดนกวน
4.ผมเอางั่งไปเก็บในรถ – กลับขึ้นมานอนต่อ

ซึ่งช่วงหลังๆต้องบอกเลยครับว่า เวลาผมได้งั่งมาใหม่ ผมจะไม่ได้มีการจุดธูปบอกเจ้าที่ จุดธูปไหว้พระ เพื่อบอกกล่าว เพราะเวลาได้มาบ่อยๆ มันก็กลายเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้วสำหรับผม ซึ่งงั่งที่ผมเก็บสะสมส่วนใหญ่จะเป็นพิมพ์หัวเกลียว ตาโปน/ตาแดง ฐานอุดกริ่ง ซึ่งพิมพ์นี้มีเป็น Collection หลายเนื้อหลายแบบ ให้แบบว่าเจ๋งขนาดไหน เวลาจับทีแรกก็แค่มึนหัวครับ ไม่มีอาการอย่างอื่น นั่นจึงเป็นความเคยชิน

สำหรับ “ไอ้งั่งหัวโล้นตาแดง” ตัวนี้ ถึงหน้าตาจะพิลึกกว่าตัวที่เคยมี แต่ก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง เพราะตอนที่จับครั้งแรก ก็ไม่เห็นรู้สึกอะไร เลยไม่ได้รู้สึกว่าพิเศษกว่าใคร ก็แค่งั่งตัวใหม่ที่ได้มาเท่านั้น

แต่ทีี่ผมไม่ได้ทำเหมือนงั่งทุกๆตัวก็คือ ผมไม่ได้ตั้งชื่อให้ไอ้งั่งหัวโล้นตาแดงตัวนี้ เนื่องจากยังไม่มีไอเดียในการตั้งชื่อ คิดแค่คอนเซ็ปต์เอาไว้คร่าวๆว่าชื่อจะต้องไม่โหด ต้องดูน่ารักๆหน่อย จะได้ไม่ดูน่ากลัว ซึ่งหลังจากผ่านเหตการณ์คืนวันศุกร์มาแล้ว ผมจึงต้องรีบคิดตั้งชื่อให้ด่วนเลย…

กลับไปที่ลำดับเหตการณ์ ลำดับที่ 2 นั้น ผมพลาดที่ไม่ได้จุดธูปเทียนบอกพระ เจ้าที่ และอื่นๆ อยู่ดีๆก็เอาเข้ามาเลยไม่ได้บอกกล่าวใครทั้งสิ้น และผมก็ไม่ได้เซ่นไหว้ หรือบอกกล่าวไอ้งั่งหัวโล้นตาแดงตัวนี้ด้วยว่า จะมาอยู่ด้วยกันต้องมีข้อตกลงอย่างไรบ้าง 555

วิธีการที่ผมเคยทำจะมีขั้นตอนดังนี้

ปกติการจุดธูปเทียนบอกพระ/เจ้าที่เจ้าทางของผมนั้น ผมจะใช้การจุดธูป 3 ดอกเหมือนการสวดมนต์ไหว้พระ โดยผมจะพูดในใจประมาณว่า

“ข้าพเจ้า นาย…………………………………. ได้นำไอ้งั่ง/อีเป่อ ซึ่งตั้งชื่อให้ว่า………………….เข้ามาในบ้าน ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คุ้มครองดูแลบ้านหลังนี้ ตั้งแต่พระบรมสารีริกธาตุ พระพุทธ พระเกจิ หลวงพ่อ……………………และอื่นๆ
จงรับรู้และช่วยดูแล ….(ชื่อไอ้งั่ง/อีเป๋อ)…. ที่มาอยู่ในบ้านนี้ด้วย ไม่ให้มากวนผู้หญิง หรือเด็กในบ้าน และมาอยู่ด้วยกันช่วยกันในทางที่ดี…………………………….(อะไรก็ว่าไป) ……………………………………………………………

เสร็จจากการจุดธูปไหว้พระแล้ว ผมก็จะออกมาที่นอกระเบียงเพื่อทำการจุดธูปบอกกล่าวและเชิญ ไอ้งั่ง/อีเป๋อ ให้มาอยู่ด้วยกัน โดยจะใช้ะูป 3 ดอกเช่นกัน (สมัยก่อนเคยใช้ 18 ดอกบ้าง / 1 ดอกบ้าง ขึ้นอยู่กับความเชื่อในแต่ละช่วง) โดยจะมีของเซ่านไหว้หรือบูชา เช่น เหล้าขาว ดอกไม้ พวงมาลัย ไข่ไก่ และอื่นๆตามที่สะดวก ซึ่งผมจะพูดในใจประมาณแบบนี้ครับ

“ขาพเจ้า นาย……………………………………..จากนี้ไปจะเป็นผู้ดูแล ไอ้งั่ง/อีเป๋อตัวนี้ ซึ่งจากนี้ไปจะตั้งชื่อให้ว่า…………………….. ขอให้ ….(เรียกชื่องั่ง/เป๋อ)…. จงมาอยู่ด้วยกัน มาช่วยกันให้เจริญรุ่งเรื่อง ให้อยู่ด้วยกันอย่างร่มเย็นเป็นสุขห้ามมากวนผู้หญิงและเด็กในบ้าน

พุทธคุณและวิชาใดๆที่ได้รับการปลุกเสกมาจากครูบาอาจารย์ หากเป็นในด้านที่ดี ขอให้นำมาใช้กับข้าพเจ้า หากเป็นเรื่องไม่ดี ไม่ต้องนำมาใช้

โดยจากนี้ไปข้าพเจ้าจะถือว่าเป็นพ่อ และเป็นผู้ดูแล….(เรียกชื่องั่ง/เป๋อ)….จงมาอยู้ด้วยกันนับแต่บัดนี้เป็นต้นไปเถิด….ด

โอ้โห…เป็นไงล่ะครับดูอลังการงานสร้างไหมครับ จะเอาเข้าบ้านทั้งที มาเป็นชุดเลย (คำจะไม่ได้เป๊ะๆแบบนี้ 100% นะครับ  แต่ประมาณนี้เลยแหล่ะที่ผมใช้น่ะ)

เพ่ือความสบายใจ ผมก็จะต้องทำตามขั้นตอนที่เคยทำมาแต่ก่อนทั้งหมด เพราะที่ผ่านมา 2 คืนแรก เจอประสบการณ์แปลกๆมาแล้ว

อีกอย่างนึง…ผมก็ต้องตั้งชื่อให้ไอ้งั่งหัวโล้นตาแดงตัวนี้ซะก่อน คิดอะไรไม่ออก หันไปเห็น MODEL ตุ๊กตา ซุนโงกุน (พระเอกเรื่อง Dragon Ball) จึงเอาง่ายๆเลย “โงกุน” ก็แล้วกันฟระ!!!

ทำไมจะไม่ได้ล่ะ ขนาดเคยตั้งชื่องั่งว่า  Ultraman (อุลตร้าแมน) ก็เคยทำมาแล้ว 555

โงกุน โงกุน โงกุน พอบอกภรรยาว่าตั้งชื่อให้ไอ้งั่งหัวโล้นตาแดงตัวนี้ว่า โงกุน ภรรยาผมขำ ซึ่งผมว่าชื่อน่ารักดี ถ้าเคยดูการ์ตูนเรื่อง  Dragon Ball จะรู้ว่า โงกุนนั้น เก่งโคตรๆ ดังนั้นชื่อนี้เหมาะสมที่สุดครับ

เมื่ือได้ชื่อแล้วจึงดำเนินการขั้นตอนต่อไป คือ การจุดธูปเทียนไหว้พระบอกกล่าว รวมถึงเชิญ โงกุน เข้ามาอยู่ด้วยกันอย่างเป็นทางการ ซึ่งผมก็ทำตามขั้นตอนแบบที่เล่าให้ฟังด้านบนครับ โดยไม่ได้รู้สึกลำบากใจหรือว่ากลัวอะไรแต่อย่างใด เพราะอย่างน้อยก็ได้ทำตามพิธีรูปแบบที่ผมทำเป็นประจำสมัยก่อน ซึ่งก็ไม่เคยมีปัญหาใดๆ โดยงวดนี้เครื่องเซ่นมีแค่เหล้าขาว และผมใช้ธูปแค่ 1 ดอกเท่านั้นในการเซ่นโงกุนครั้งแรก (จากนี้ไป ถ้าจะมีการบูชาอีก จะเปลี่ยนเป็นพวงมาลัย น้ำเปล่า หรือน้ำผลไม้แทน ตามแบบฉบับของผม)

โดยหลังจากเสร็จพิธีแล้ว เพื่อกันพลาดผมได้อาราธนา น้ำมนต์จากวัดสุทัศน์มี่ได้จากการไปไหว้พระที่วัดในครั้งก่อน มาแต้มที่หัวของโงกุน อีก 1 ครั้ง เพื่อเป็นการล้างหน้างั่ง ให้รู้ว่ามาอยู่ด้วยกันกับผม ต้องทำตัวดีๆ จะมาซ่าหรือโชว์เหนือแบบเมื่อวันก่อนไม่ได้ ซึ่งหลังจากเสร็จแล้วผมก็ผูกเอวเข้านอนเหมือนวันก่อนครับ ซึ่งวันนี้ผมนอนดึกกว่า 2 คืนแรก เพราะมีงานที่ทำค้างอยู่ กว่าจะได้นอนก็เพื่อเที่ยงคืน

หลังจากปิดไฟเข้านอน ไม่ถึง 5 นาที ลูกสาวผมมีอาการเหมือนวันก่อนเลยครับ) หลังจากหลับไปตั้งแต่ 4 ทุ่มกว่าๆ) อยู่ดีๆก็ลูกขึ้นมานั่งร้องไห้ โดยร้องแล้วพูดไม่รู้เรื่อง ซึ่งในวันนี้ผมคิดว่าลูกผมต้องไม่ตื่นมาร้องแน่ๆ เพราะ

1.ลูกผมไปฉีดยามา และมีอาการน้ำมูกไหลเล็กน้อย ผมจึงให้กินยาลดน้ำมูกและยาลดไข้ ซึ่งยาจะส่งผลข้างเคียงให้ง่วงนอนมาก
2.ผมทำตามขั้นตอนการบอกกล่าวพระ และการเชิญงั่งเข้าบ้านแล้ว ก็ไม่น่ามีปัญหา

แต่ลูกผมยังลูกขึ้นมานั่งร้องไห้ แบบนี้มันแปลกครับ พอผมเห็นดังนั้นผมจึงตบไปที่เอวที่ตัวโงกุน แล้วนึกในใจบอกว่า เอาอีกแล้วนะ…. ซึ่งระหว่างช่วงที่ลูกผมเริ่มลุกขึ้นมาร้องไห้ ภรรยาผมก็รีบจับลูกมานอนกอดแล้วกล่อมให้หลับ ลูกผมจึงนอนหลัยต่อโดยไม่ร้องไห้หนักเหมือนคืนวันก่อน โงกุนจึงรอดตัวไป 555

นี่ยังแอบคิดเลยครับว่าหากลูกผมร้องไห้โยเย แล้วบอกว่า หนูกลัวไดโนซอร์ สงสัยโงกุนโดนเนรเทศไปนอนในรถอีกแน่ๆ เอาเป็นว่าคืนนี้จำเลยรอดตัวไปได้ จะด้วยความบังเอิญหรือไม่ก็ไม่ทราบ หรืือจะเพราะลูกผมง่วงเพราะฤทธิ์ยา เดี๋ยวต้องดูกันต่ออีกคืน

 


 

ไอ้งั่งหัวโล้นตาแดง "โงกุน" MODERN MAJIK
ไอ้งั่งหัวโล้นตาแดง “โงกุน” อยู่ในถ้วย น่ารักเชียว

วันจันทร์ที่ 25 ก.พ. 62

วันนี้ผมตื่นมาทำงานช่วงเช้า หลังจากที่ลุ้นเมื่อคืนว่าลูกจะงอแงไหม สรุปว่าผ่านมาได้ด้วยดี

ลูกสาวผมตื่นมาหลังผมนิดหน่อย ไม่มีอาการงอแงหรือโยเยช่วงเช้าแต่อย่างใด เพราะโดยธรรมชาติของเด็ก เวลานอนหลับเต็มอิ่ม ตื่นมาจะอารมณ์ดีครับ

ผมออกมาทำงานโดยพก “โงกุน” ออกมาโดยการคาดเอว ถึงแม้จะตัวไม่ใหญ่เท่าไอ้ทิดและอีจุก แต่ก็จะมีความนูนออกมานิดหน่อยจากกางเกงครับ

นึกย้อนกลับไป 2 คืนก่อน จนถึงวันนี้ พอผ่านสถานการณ์ปกติมาได้ 2 คืน และผมได้ทำการเชิญงั่งเข้าบ้านอย่างเป็นทางการแล้ว ผมรู้สึกว่าสบายใจขึ้นครับ ไม่กังวลเรื่องงั่งมากวนลูกสาวแล้ว

ยิ่งตั้งชื่อให้แล้วด้วย ยิ่งดูน่ารักไปอีก ทำให้การใช้งานไอ้งั่งหัวโล้นตาแดง (โงกุน) ดู Soft ขึ้นเยอะครับ

ดังนั้นจากนี้ไป น่าจะเป็นการสังเกตการใช้งานโงกุนในรูปแบบต่างๆครับ ว่าใช้งานได้แบบไหน เก่งแบบไหน ชอบอะไร ไม่ชอบอะไร

คำถาม : การเอาน้ำมนต์ป้ายหน้าโงกุนเมื่อวาน จะทำให้งั่งเสื่อมหรือไม่???
คำตอบ : ผมบอกเลยครับว่า ไม่!!! ของดี ยังไงก็เป็นของดี ถึงจะปลุกเสกมาด้วยเวทย์มนต์คาถารูปแบบใดก็ตาม เพราะถ้าเป็นของต่ำหรือของที่ทำมาด้วยมนต์ดำจริงๆ ผมว่าผมน่าจะเจอหนักกว่านี้ และผมเชื่อว่าทุกอย่างเรียนรู้กันได้ทั้งตัวผมเองและตัวงั่งหัวโล้นตาแดง (โงกุน) ผมเองก็ต้องเรียนรู้การใช้งาน โดยการตั้งสมมติฐานและทดลองใช้งาน ส่วนโงกุนก็จะต้องเรียนรู้ที่จะมาอยู่กับผมว่าต้องทำตัวอย่างไร (จริงจังมาก 555)

คำถาม : รู้ไหมว่างั่งหัวโล้นตาแดงตัวนี้ (โงกุน) ปลุกเสกมาอย่างไร ใครปลุกเสก???
คำตอบ : ไม่รู้เฟร้ย!!! เกิดไม่ทันเจ้าของเก่าเค้าก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าเป็นของเก่าเก็บมานาน

คำถาม : อ้าว…ถ้าไม่รู้ แล้วจะใช้งานยังไง???
คำตอบ : ผมมีประสบการณ์ในการใช้งานงั่งและเป๋อแบบต่างๆมา 5 ปีกว่า มันก็ต้องพอมีแนวทางเป็นของตัวเองบ้างสิครับ ดังนั้นผมก็จะทดลองใช้งานในแบบที่ผมเชื่อ ได้ผลอย่างไร เราก็สามารถพอที่จะสรุปเป็นแนวทางได้

คำถาม : เฮ้ย…เดี๋ยวใช้ผิดของเสื่อมกันพอดี???
คำตอบ : แน่ะ…เดี๋ยวตีเลย เพิ่งบอกไปหยกๆว่า ของดี มันต้องดีตลอด ไม่มีเสื่อม ถ้าจะเสื่อมนั่นเป็นเพราะของไม่ดี

อีกอย่างนึงก็คือ…ถ้างั่งหรือเป๋อเป็นแบบสายล่างหรือมนต์ดำ ป่านนี้สูญพันธุ์ไปหมดแล้วครับ ใครจะไปใช้ถูกฟระ คู่มือการใช้งานก็ไม่มีติดมาด้วย มีแต่เรื่องเล่าเป็นตำนาน และเจ้าของงั่งคนเดิมทั้ง 2 คน เค้าก็เป็นคนเล่นพระกันทุกคน ขืนเป็นของต่ำ ของมนต์ดำ อยู่มาไม่ถึงป่านนี้หรอกครับ  หายตัวหนีไปนานแล้ว 555

ผมมีข้อสังเกตอย่างนี้ครับ  หากเราเคยเห็นการทำของ หรือการสเน่ห์หรือมนต์ดำ เค้าจะใช้ของง่าย บ้านๆ เช่น ดินเหนียว เส้นผม เล็บ ตะปู หนังควาย และอื่นๆที่ดูหาง่าย ทำได้ไม่ยาก จะเน้นไปที่วิชาอาคมที่ปลุกเสก ซึ่งถ้างั่งและเป๋อเป็นของต่ำแบบนั้นจริง คนสร้างจำเป็นต้องมานั่งแกะต้นแบบ สร้างบล็อก หล่อโลหะให้มันวุ่นวายทำไมครับ ทั้งช้าและเสียเวลา ดังนั้นตรงจุดนี้ ผมคิดว่าเจตนาจากผู้สร้างน่าจะตั้งใจให้ ไอ้งั่งและอีเป๋อ อยู่ไปนานๆ ใช้งานได้ทนทาน ไม่สูญสลายไปตามกาลเวลา (หลักของการออกแบบผลิตภัณฑ์ Product Design ครับ) ซึ่งหากเป็นแบบนี้แล้ว ความเชื่อที่ว่าเป็นของต่ำมนต์ดำ มันดูไม่สมเหตุสมผลครับ นี่ยังไม่รวมถึงการทำตาแดง ทั้งแบบเจาะรูใส่พลอย ใส่เม็ดทองแดง การอุดกริ่ง ซึ่งเหล่านี้ล้วนเป็นตำราของพระกริ่งและการทำจิวเวอรี่หรือเครื่องประดับ ซึ่งไม่น่าจะเข้ากับการทำเครื่องรางของขลังสายดำหรือสายล่างเลยครับ  ไม่มีเหตุผลเลยสักนิด ลองพิจารณาดูครับว่าเป็นตามที่ผมบอกไหม

ดังนั้นความเชื่อที่สับสน อาจทำให้เราไขว้เขวได้ครับ ซึ่งกรณีนี้คงไม่มีใครผิดหรือถูก ขึ้นอยู่กับว่าเชื่อแบบไหน ประบการณืของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เอาที่เชื่อแล้วสบายใจครับ

ป.ล.วันนั้นที่ผมไปทานข้าวกับภรรยา ผมเจอแผลล้อตเตอรรี่พอดี เลยลองซื้อมา 2 ใบ เพื่อจะลองดูว่า “โงกุน” จะให้โชคให้ลาภผมไหม โดยผมซื้อเลยทะเบียนท้ายรถผมครับ เดี๋ยวมาลุ้นกันดูครับว่าผลจะเป็นอย่างไร

เอ้า…กลับมาต่อกันที่การใช้งานวันนี้ครับ ผมพกมาทำงาน ชีวิตก็ปกติดี มีประชุมทั้งวัน คุยงานกับน้องๆในทีม รวมถึงประชุมทีมกลยุทธ อัพเดทเป้าหมายและผลงานรายสัปดาห์ จนเลิกงานในช่วงเย็น ก็กลับบ้าน (กลับค่ำนิดนึงเพราะต้องมานั่งพิมพ์บทความนี้ 555)

ถึงบ้านแล้วก็ทานข้าวกับลูกและภรรยา จากนั้นก็ทำภารกิจต่างๆ อาบน้ำ แปรงฟันให้ลูก วันนี้พิเศษหน่อยตรงที่ลูกผมเป็นหวัด ภรรยาผมจึงซื้ออุปกรณ์ล้างโพรงจมูกมา ซึ่งผมต้องทำหน้าที่ในการล้างจมูกให้ลูกสาว ซึ่งผลก็สนุกดีครับ ลูกผมยอมให้ล้างรูจมูกโดยไม่กลัว แต่ฮาตรงที่ยอมให้ล้างรูจมูกซ้ายรูเดียว อุปกรณ์ก็ง่ายๆครับ เป็นขวดน้ำเกลือพร้อมหลอดและซองเกลือสำเร็จรูป ได้มาก็แกะซองเกลือใส่ขวดพร้อมผสมน้ำเข้าไป 240 มิลลิลิตร (cc) วิธีการคือ คว่ำหน้าลงพร้อมกลั้นหายใจ จากนั้นบีบน้ำเกลือเข้าไปในรูจมูก นำเกลือก็จะไหลผ่านจมูกข้างที่บีบน้ำใส่ โดยจะไหลออกมาอีกข้างนึงและไหลออกทางปาก ซึ่งเสมหะหรือขี้มูกต่างๆจะไหลออกมาด้วย ช่วยให้หายใจได้โล่งขึ้น ซึ่งก่อนจะล้างให้ลูกสาว ผมต้องล้างจมูกตัวเองโชว์ลูกก่อน สนุกดีครับ ความรู้สึกเหมือนไปเล่นน้ำทะเลแล้วเผลอกลืนน้ำลงคอเลยครับ มันจะเค็มๆ 555

วันนี้หลังอาบน้ำแปรงฟันเสร็จ ลูกสาวผมยังไม่หลับ โดยผมได้ป้อนยาแก้หวัด ซึ่งกินมา 2 วันแล้ว ยานี้จะช่วยให้หายและมีผลข้างเคียงคือจะง่วงนอน แต่เนื่องจากลูกสาวผมเป็นเด็กที่เวลาป่วยแล้วจะไม่ซึม อาการจะคึกมาก จนดูไม่รู้ว่าป่วย (เคยไข้ขึ้นตัวร้อนเกือบ 40 องศา พาไปนอนโรงพยาบาล อาการปกติมาก ไม่ซึม ไม่อ๊วก หรือมีอาการอะไรทั้งนั้น มีแค่ตัวร้อนไข้ขึ้น 555)  คืนนี้ลูกสาว ผมและภรรยา นอนพร้อมกันประมาณ 4 ทุ่มกว่าๆ ซึ่งการนอนหลับแบบพร้อมๆกันนั้น ผมไม่กังวลว่าลูกจะตื่นมาโยเย เพราะส่วนใหญ่จะหลับยาวตลอด และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆครับ หลับยาวจนเช้า

จบการใช้งานในวันที่ 4


 

ลองดูว่าไอ้งั่งหัวโล้นตาแดง จะให้โชคลาภจริงหรือไม่ MODERN MAJIK
ลองดูว่าไอ้งั่งหัวโล้นตาแดง จะให้โชคลาภจริงหรือไม่

วันอังคารที่ 26 ก.พ. 62

ผ่านมา 4 คืนแล้ว ผมว่าไอ้งั่งหัวโล้นตาแดง “โงกุน” ตัวนี้ ไม่น่าจะมีปัญหาแล้วครับ ใช้งานได้ปกติ ไม่มาเข้าฝันภรรยา และลูกสาวผมก็นอนหลับสบายมา 3 คืนแล้ว
เมื่อเป็นเช่นนี้ผมเองก็โล่งใจครับ แต่ผมยังนอนสแตนบายรอดูอยู่ทุกคืนครับ หากวันไหนมีเหตุการณ์ผิดปกติ คงต้องปรับทัศนคติกันอีกรอบ อาจจะไม่เอาไปเก็บในรถ แต่อาจจะเอาไว้นอกห้องนอนแทน ต้องบอกก่อนครับว่าตั้งแต่ผมเริ่มใช้งานไอ้งั่งหัวโล้นตาแดง “โงกุน” มา ผมพกโดยการผูกเอวซเป็นส่วนใหญ่ มีเอามาใส่ถุงผ้าบ้างในช่วงกลางวัน แต่ถ้ากลับบ้านเมื่อไหร่ผมจะเอามาใส่เอวนอนครับ ต้องดูแลกันใกล้ชิดที่สุดเพื่อไม่ให้เกเร ถ้าผ่านช่วงเดือนแรกไปได้แล้วค่อยว่ากัน

ผมเองมักจะมีความรู้สึกแบบนี้ครับเวลาเอาไอ้งั่งหัวโล้นตาแดง “โงกุน” มาแขวนเอว คือมันจะมีอาการเมื่อยๆ หน่วงๆ ที่ต้นคอหรือที่สะบักหลัง มันบอกไม่ถูกครับ ซึ่งหากจะมองว่าเป็นเพราะมีของแรงมาแขวนเอวไง เลยเป็นแบบนี้ ก็สามารถคิดได้ครับ แต่อาการแบบนี้ผมเคยเป็นมาก่อน ซึ่งสามารถเกิดได้กับพนักงานที่ทำงานใน Office หรือที่เรียกว่า Office Syndrome (อาการปวดเมื่อย จากการนั่งทำงานนานๆ และไม่ได้ออกกำลังกาย) พอปวดเมื่อยมากๆจะลามขึ้นคอ และจะปวดหัวไมเกรน ซึ่งหลายๆคนจะไม่เข้าใจว่าอาการปวดหัวไมเกรนนั้นเกิดได้อย่างไร ซึ่งสาเหตุหลักคือเกิดจากการที่เราไม่ได้ออกกำลังกาย กล้ามเนื่อจะตึง เส้นจะยึด ส่งผลให้ร่างกายเราปวดเมื่อย และปวดหัว เคยเป็นหนักถึงขั้นหยุดงานไป 3 วัน ยืนแทบไม่ได้เลยครับ เวียนหัวสุดๆ ครั้งนั้นพอผมหาย ผมหันมาออกกำลังกายโดยการวิ่ง (วิ่งแบบพี่ตูน อยู่ 2-3 เดือน) ซึ่งช่วงที่ผมออกกำลังกายนั้น ไม่มีอาการปวดหัวหรือเมื่อยตัวเลยแม้แต่น้อย กีฬากีฬา เป็นยาวิเศษ ฮ้าไฮ้ ฮ้าไฮ้!!!

ดังนั้นอาการที่เกิดขึ้นกับผมในช่วงนี้ โดยเฉพาะที่เกิดตอนใช้ไอ้งั่งหัวโล้นตาแดง “โงกุน” แขวนเอว ผมจึงคิดว่าไม่น่าจะเกี่ยวกับงั่ง น่าจะเป็นเพราะช่วงนี้ขาดการออกกำลังกาย

โดยในวันนี้ผมทำงานทั้งวัน มีภารกิจมากมายหลายอย่าง มีประชุมกับ อาจารย์ของนักศึกษาที่มาฝึกงานที่แผนก มีคุยกับทีมงานอัพเดทข้อมูลประจำวัน มีการวางกลยุทธการโฆษณาแบบใหม่ของบริิษัท ยุ่งทั้งวัน เผลอแป๊ปเดียว 17.30 น. เลิกงานแล้ว ซึ่งพอเลิกงานแล้ว ผมก็จะนั่งเคลียร์งานต่อ จากนั้นก็มาเขียนบทความเพื่อแชร์ให้มิตรรักแฟน MODERN MAJIK ได้อ่านกัน บททความเมื่อวานผมพิมพ์เสร็จปุุ๊ป อัพโหลดปั๊ป จากนั้นก็โพสต์ต่อใน FACEBOOK เสร็จแล้วจึงกลับบ้านได้

กลับถึงบ้านก็ไม่มีกิจกรรมอะไรพิเศษครับ กินข้าวเย็นกับภรรยาและลูก พาลูกอาบน้ำ นอนเล่นกับลุก พาลูกเข้านอน ซึ่งในคืนนี้ผมก็มั่นใจว่าลูกหลับสบายแน่นอน อาการหวัดของลูกสาวผมหายแล้ว  แต่ยังให้กินยาอีกครั้งเพื่อให้หายสนิท ผมมีงานที่ต้องนำกลับมาทำที่บ้านต่อ เลยนั่งทำต่อจนดึก กว่าจะได้นอน ตีหนึ่งครึ่ง ฝากติดติดตามผลงานด้วยครับตามลิงค์นี้ https://youtu.be/vSIW05Si-uE
ซึ่งคืนนี้ลูกและภรรยาผมหลับสบาย ตื่นเช้ามาด้วยความสดใส ไม่มีอะไรน่าห่วง

เมื่อวานผมบอกว่าผมซื้อล็อตเตอรี่เลขท้ายรถ เพื่อจะลองดูว่า ไอ้งั่งหัวโล้นตาแดง “โงกุน” จะนำโชคลาภมาให้ผมไหม ลองดูเอาเองนะครับว่าเลขอะไร ซื้อตามได้ครับถ้าไม่ถูกอย่าว่ากันนะคร้าบ…บ 555

(บทความของวันที่ 26 นี้ ผมพิมพ์ในช่วงพักกลางวันของวันที่ 27 ก.พ. 62 กะว่าจะรีบให้ได้อ่านกันตั้งแต่ช่วงเที่ยงเลย)

 

————————————————————————————————————

 

วันพุธที่ 27 ก.พ. 62

ประสบการณ์การใช้งานในวันนี้ เหมือยเมื่อวานครับ ไม่มีอะไรตื่นเต้นหรืือแปลกใหม่ ไม่มีการทดลองอะไรใหม่ จบ!!!

(เฮ้ย…เดี๋ยวก่อน แบบนี้ก็ได้เหรือ)

ได้สิ…ก็มันไม่มีอะไรจะเล่านี้ครับ เล่าไปก็เสียเวลาอ่านเปล่าๆ จบเลยแล้วกันสำหรับวันนี้ 555

 

————————————————————————————————————

 

วันพฤหัสบดีที่ 28 ก.พ. 62

หลังจากซื้อลอตเตอรี่มาแล้ว ผมเก็บใส่ห่อผ้าสีแดงเอาไว้เลยครับ ซึ่งการซื้อล็อตเตอรี่ครั้งนี้ไม่ได้มีการฝันและไอ้งั่งหัวโล้นตาแดง “โงกุน” ก็ไม่ได้มาบอกเลขผมแต่อย่างใด ผมแค่ซื้อของผมเอง ซึ่งตอนซื้อก็คิดในใจว่า ถ้าผมจะถูกซื้อเลขอะไรก็ต้องถูก ไม่จำเป็นต้องมาบอกเลขให้ซื้อตามหรอก ผมจึงเลือกเลขทะเบียนรถผมมา 1 ชุดแบบ 2 ใบ

ในใจแอบลุ้นว่างวดนี้จะเป็นอย่างไร เพราะตั้งแต่เกิดมาไม่เคยถูกหวยเลย เพราะเคยซื้อแค่ไม่กี่ครั้ง และทุกครั้งที่ซื้อก็เพราะต้องการทดลองงั่ง (ส่วนที่ผมเคยเล่าว่าที่บ้านผมถูกหวยบ่อยๆตอนที่ได้ “ไอ้ทิด” มานั้น เป็นแม่ยายผมครับที่ถูก ถูกแบบ 2 งวดเว้นงวด ปีนั้นถูกหวยเป็นเรื่องปกติ

ซึ่งในการใช้งานไอ้งั่งหัวโล้นตาแดง “โงกุน” วันนี้ ผมพกแบบตาดเอวมาเหมือนเช่นเคยครับ ทำงานอยู่ที่ทำงานทั้งวัน ไม่ได้ออกไปไหน เลยไม่มีอะไรพิเศษ กลับมาบ้านก็กินข้าว อาบน้ำ นอนหลับ ปกติดีครับ จบการใ้ช้งานวันที่ 28 ก.พ. 62

————————————————————————————————————

งั่งหัวโล้นตาแดงโงกุน ไอ้เป๋อ (ไอ้ทิด) อีเป๋อ (อีจุก)

วันศุกร์ที่ 1 มี.ค. 62

วันนี้ตื่นแต่เช้าเพื่อไปทำงาน เนื่องจากเป็นต้นเดือน ที่ทำงานผมจึงค่อนข้างยุ่ง พนักงานขายกลับเข้าออฟฟิตเพื่อเตรียมตัวประชุม ผมเองก็ยุ่งกับแผนงานของเดือนนี้ และต้องเตรียมสรุปผลงานเดือนที่แล้วเพื่อเตรียมประชุมทีมงาน อีรุงตุงนังไปหมด ซึ่งในช่วงต้นเดือนจะเป็นแบบนี้ตลอดครับ แต่โชคดีที่การทำงานในบริษัทผมไม่ค่อยมีปัญหา เป็นเพราะผมทำงานที่นี่มานานแล้ว มีความคุ้นเคยกับเพื่อนร่วมงานเป็นอย่างดี

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้บริหารแล้วยิ่งสบาย เหมือนพี่น้องกันเลย คุยงานกันแบบกันเองสุดๆ ซึ่งในจุดนี้ผมเคยเล่าไปในบทความก่อนๆของผมว่า ผมเริ่มใช้งานงั่งและเป๋อในช่วงอายุ 30 กว่าๆ ซึ่งเป็นช่วงที่งานผมเริ่มมั่นคง ดังนั้นการที่งั่งและเป๋อเข้ามาในช่วงชีวิตผมตอนนี้ ถือเป็นเรื่องดี หากจะมองว่าที่การทำงานประสบความสำเร็จและก้าวหน้าเติบโต เป็นเพราะงั่งและเป๋อนั้น ก็สามารถจะคิดได้ แต่ผมบอกเลยว่าไม่ใช่ เป็นเพราะตัวผมเองเป็นหลักครับ ตั้งใจทำงาน กลับบ้านมืดค่ำ ทุ่มเทสุดๆ ถึงเวลาความสำเร็จก็มาเอง แต่การมีงั่งและเป๋ออยู่ด้วย ช่วยให้มั่นใจว่ามีของดีครับ เวลาใครถามว่างั่งและเป๋อที่ผมใช้นั้นดีอย่างไร ผมก็จะบอกแบบนี้ครับ ว่าดีด้านเมตตา ค้าขาย การงาน และแคล้วคลาด นั่นเป็นเพราะชีวิตผมเจอมาแบบนี้ ส่วนไอ้เรื่องสเน่ห์เรื่องสาวนั้น ผมผ่านวัยนั้นมานานแล้วครับ มีลูกมีครอบครัวแล้ว (ถ้างั่งและเป๋อเข้ามาช่วงผมวัยรุ่น ผมอาจจะเชื่ออีกแบบ 555)

กลับมาที่การใช้งั่งในวันนี้ ก็ปกติ ไม่ได้มีอะไรใหม่ และเมื่อถึงเวลาหวยออก จากที่แอบลุ้นในใจ ผลก็สรุปว่า “ไม่ถูก” ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติครับ ผมเคยเขียนบทความเกี่ยวกับเรื่องงั่งและหวย ซึ่งอธิบายได้ด้วยหลักความน่าจะเป็นในวิชาคณิตศาสตร์ครับ ดังนั้นการไม่ถูกหวยถิอเป็นเรื่องปกติ ซึ่งก็ยืนยันความเชื่อของผมที่ว่า งั่งและเป๋อไม่ได้ช่วยให้ถูกหวย เพราะถ้าช่วยได้จริง ต้องถูกทุกงวด ซื้ออะไรก็ต้องถูก ไอ้แบบที่ถูกบ้าง ไม่ถูกบ้าง อันนี้มันบอกอะไรไม่ได้ครับ ในเชิงวิชาสถิติถือว่าเป็นเรื่องบังเอิญครับ 555

ผมกำลังคิดว่าพรุ่งนี้วันเสาร์ ซึ่งผมสามารถใส่ชุดไปรเวทไปทำงานได้ อยากจะลองแขวน “โงกุน” “ไอ้ทิด” “อีจุก” จัดชุดคอมโบ้ ใส่ไปทำงานเลย อยากรู้เหมือนกันว่าจะเป็นอย่างไร 555

ณ.ตอนที่พิมพ์อยู่นี้ วันที่ 1 มี.ค. 62 เวลา 21.52 น.

อ่อ…หลังจากที่ลูกสาวผมเป็นหวัดเมื่อวันก่อน วันนี้ผมเองขี้มูกไหล จามทั้งวัน เป็นหวัดคัดจมูก เนื่องจากอากาศเปลี่ยนแปลง ฝากมิตรรักแฟน MODERN MAJIK ทุกคนดูแลสุขภาพด้วยครับ ถึงเวลาป่วยขึ้นมา งั่งและเป๋อก็ช่วยไม่ได้ GOOD NIGHT คร้าบ…บ

 


 

วันเสาร์ที่ 2 มี.ค. 62

การใช้งานในวันนี้ ปกติไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นครับ สรุปว่าวันนี้ผมพกไอ้งั่งหัวโล้นตาแดง “โงกุน” มาตัวเดียว ไม่ได้เอาไอ้ทิดและอีจุกมาด้วยครับ ช่วงเช้ามีประชุมรวมบริษัท กว่าจะประชุมเสร็จก็เกือบเที่ยง ช่วงบ่ายก็นั่งทำงานต่อจนเลิกงานช่วงเย็น กลับบ้านกินข้าว อาบน้ำ นอน
 

 


 

วันอาทิตย์ที่ 3 มี.ค. 62

วันนี้มีหลายภารกิจครับ เนื่องจากเป็นวันเกิดคุณพ่อผม เริ่มจากช่วงกลางวันพาภรรยาและลูกสาวไปเดินห้าง ซื้อของเพื่อเตรียมให้ลูกเอาไปใช้ในการเรียนช่วง Summer (ตื่นเต้นมากครับเพราะลูกสาวผมจะเริ่มเข้าเรียนครั้งแรก วันที่ 25 มี.ค. 62)
ซึ่งอุปกรณ์ก็ไม่มีอะไรมากครับ มีกระติกน้ำ ผ้าห่ม ดินสอ และอื่นๆอีกเล็กน้อย จากนั้นก็หาอะไรกินมื้อกลางวัน ซึ่งสรุปว่ากินชาบูกันครับ ร้านนี้ชื่อดัง ต้นตำรับจากญี่ปุ่น ช่วงระหว่างกินก็ได้ถ่ายรูปแชร์ใน Facebook เพื่อความสนุกสนาน
 
หลังจากเสร็จมื้อกลางวัน ผมและครอบครัวก็ได้เลือกซื้อขนมเค๊กเพื่อเตรียมไปให้คุณพ่อ เราเลือกเค๊กซ็อคโกแล็ตจากร้าน Secret Recipe ขนาด 1 ปอนด์ ซึ่งเป็นเค๊กที่อร่อยมากครับ หลังจากซื้อของเรียบร้อยก็แวะเข้าบ้านไปหาคุณพ่อและคุณแม่ผม ซึ่งไปถึงก็ช่วงบ่ายแก่ๆแล้ว ไปถึงได้ไม่นานลูกสาวผมก็เดินไปหยิบขนมเค๊กมาโดยบอกให้ร้องเพลง Happy Birthday ให้คุณปู่
การร้องเพลงอวยพรวันเกิดให้คุณพ่อผมจึงเกิดขึ้นตั้งแต่ประมาณ 16.30 น. หลังจากกินเค๊กกันเรียบร้อย ก็เตรียมตัวออกจากบ้านไปทานอาหารเย็นกันต่อทั้งครอบครัว ซึ่งวันนี้ผมเลือกร้านซีฟู้ดแถวบ้าน ไปถึงก็สั่งอาหารหลายอย่างเลยครับ และที่ตั้งใจมากินก็คือ กุ้งเผา ซึ่งเป็นกุ้งก้ามกรามเผาขนาดใหญ่ (2-3 ตัว/โล) กินเสร็จก็ช่วงค่ำแล้ว จากนั้นจึงกลับบ้านเพื่อส่งคุณพ่อและคุณแม่ และผมกับครอบครัวก็กลับบ้าน
 
กลับมาถึงบ้านก็อาบน้ำเตรียมตัวนอน ซึ่งภาพรวมการใช้งานในสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นครับ ตื่นเช้า ทำงาน กินข้าว อาบน้ำ นอน โดยผมพกไอ้งั่งหัวโล้นตาแดงตลอดเวลา ซึ่งผมคิดว่าน่าจะเข้าที่เข้าทางแล้ว หมายถึงว่าทั้งผมและงั่งปรับตัวเข้ากันได้แล้ว
 
จบการใช้งาน

 

————————————————————————————————————

 

 

วันจันทร์ที่ 4 มี.ค. 62

วันนี้ตื่นเช้าขับรถมาทำงานรถไม่ค่อยติดเนื่องจาก เด็กนักเรียนเริ่มปิดเทอมแล้ว ช่วงต้นเดือนงานผมจะค่อนข้างยุ่งเพราะเป็นช่วงเวลาของการสรุปผลงานของเดือนก่อนและก็ต้องปรับแผนของเดือนนี้ ซึ่งผมจะมีประชุมทีมเฉพาะส่วนงานที่ผมดูแล วันพุธที่ 6 มี.ค. 62 ดังนั้นช่วงนี้จึงเป็นช่วงของการเตียมข้อมูลประชุม โดยรวบรวมข้อมูลน้องๆในทีม เอามาสรุปผลภาพรวมเพื่อทำสรุปส่งผู้บริหาร วันนี้ผมไม่มีประชุมกับเพื่อนร่วมงานหรือบุคคลภายนอก มีแต่คุยงานกับทีมและผู้บริหาร ทั้งวันจึงผ่านไปรวดเร็วเหมือน 2-3 วันก่อนหน้านี้
เลิกงานช่วงเย็นวันนี้ผมรับกลับบ้าน เพราะสัปดาห์ที่แล้วกลับบ้านมืดหลายวัน ตอนนี้คืนวันจันทร์ผมจะแฮปปี้มากเพรามีรายการ The Rapper ซึ่งผมและภรรยารวมถึงลูกสาวชอบดูครับ ซึ่งตอนนี้สนุกมาก ลูกสาวกระโดดเต้นตามทุกเพลง
โดยในคืนนี้ผมเอาไอ้ทิดและอีจุกมาไว้ที่หัวเตียง เพื่อเตรียมที่จะพกไปทำงานด้วย ส่วนไอ้งั่งหัวโล้นตาแดงโงกุน ผมผูกเอวไว้เหมือนทุกวัน นอนหลับไปวันนี้ ฝันอะไรมไ่รู้เต็มไปหมด หลายเรื่อง จำไม่ได้ ซึ่งผมคิดว่าไม่เกี่ยวกับงั่งและเป๋อครับ เพราะผมฝันหลายเรื่อง ผสมปนเปกันมั่วไปหมด ตื่นมาจำไม่ได้ว่าเรื่องอะไร รู้แค่ว่าฝัน และในฝันก็ไม่ได้เป็นฝันร้ายอะไรทั้งสิ้น สงสัยจะกินเยอะไปหน่อย หรือไม่ก็คิดเยอะเรื่องงานน่ะครับ
————————————————————————————————————

วันอังคารที่ 5 มี.ค. 62

วันนี้มีประชุมกับ Partner (คู่ค้าทางธุรกิจ) ซึ่งเซลล์ (Account Manager) คนที่ดูแลผมกำลังจะลาออก จึงพาเจ้าหน้าที่คนใหม่มาแนะนำตัว คนเดิมเป็นผู้ชาย คนนี้เป็นผู้หญิงครับ ตามประสาฝ่ายขายครับ ดูดี บุคลิกดี ประชุมกันเรื่องงานประมาณเกือบชั่วโมง จบด้วยดี อัพเดทผลงานที่ผ่านมา แนะนำพนักงานคนใหม่ มีบริการใหม่ๆมานำเสนอผม โดยปกติเวลาประชุมกับบุคคลภายนอกไม่ว่าจะเป็น Supplier หรือ Partner ผมจะไม่มีอาการหัวงู หรือการไปแอบแซวหรือหยอกล้อเล่นกับคนที่มาประชุมกับผมนะครับ เพราะถือว่าเราต้องมีความเป็นมืออาชีพในการทำงาน อีกอย่างผมก็มีลูกและภรรยาแล้ว ดังนั้นการประชุมพูดคุยจึงเป็นการทำหน้าที่ในงานเท่านั้น ไม่มีหลังไมค์หรือคุยกันนอกรอบ
ดังนั้น…หากมีความเชื่อที่ว่า ถ้ามีงั่งหรือเป๋อแล้วจะมีสาวๆมาติด ผมกล้ายืนยัน 100% เลยครับ ว่าไม่จริง อันนี้อยู่ที่ตัวบุคคลเป็นหลัก ถ้าใจรักจะเจ้าชู้ ไม่ต้องใช้งั่งหรือไม่ต้องรอให้เจอคนนอกบริษัทหรอกครับ ในที่ทำงานก็จีบไปทั่ว ซึ่งอันนี้ขอยืนยันอีกครั้งนะครับ ว่าหากใครจะใช้งั่งหรือเป๋อเพื่อสเน่ห์…บอกไว้ก่อนเลยครับว่าไม่ได้ผล หรือคุณอาจจะคิดผิด
กรณีที่ผมจะผ่อนคลายหรือ Relax นั้น ผมจะมี Meeting  กับผู้จัดการแผนกต่างๆ  รวมกันประมาณ 10 คน ซึ่งจะจัดแบบเดือนเว้นเดือน อันนี้นี่เต็มที่ครับ ไปกินข้าวเย็น ไปนั่งคุยงานกัน บางครั้งอยากเปลี่ยนบรรยากาศก็อาจจะไปเลาจน์ ไปบาร์ คาราโอเกะ หรือแม้แต่ชวนน้องๆมาทานข้าวเป็นเพื่อน ซึ่งทั้งหมดที่ผมพูดมาต้องจ่ายเงินแลก โดยบอกไว้ก่อนครับว่าผมจะไปแบบนี้แค่ผ่อนคลาย และในการไปแต่ละครั้งนั้นไม่ได้มีอะไรเกินเลยมากกว่าการไปนั่งคุยกัน ไม่มีการล่วงเกินใดๆทั้งสิ้น (เพื่อนในทีมผมเรียบร้อยกันทุกคนครับ) กินข้าวเสร็จ ฟังเพลงเสร็จ หรือร้องคาราโอเกะเสร็จ ก็แยกย้ายกลับบ้าน
ถามว่าผมพกงั่งและเป๋อไปไหม…ก็แน่นอนสิครับเพราะผมพกติดตัวเพื่อใช้งานทุกวันอยู่แล้ว ดังนั้นถามว่าผมตื่นเต้นไหมกับการพกงั่งไปเที่ยวแบบนี้ บอกเลยครับว่า…ไม่ ถ้าย้อนเวลากลับไปช่วงแรกๆของการใช้งาน ผมตื่นเต้นแน่นอน เพราะอยากลองของ แต่พอผ่านมาหลายปีจนผมรู้แล้วว่าสำหรับผม ใช้งานอย่างไรได้บ้าง

จากความตื่นเต้น…จึงกลายเป็นความเข้าใจแทนครับ

เล่าเรื่องงั่งอยู่ดีๆไหงมาเป็นเรื่องเที่ยวไปได้ฟระ 555 ซึ่งที่ผมไปมาทั้งหมดนั้น ภรรยาผมทราบครับ เพราะผมไม่โกหกว่าไปไหนหรือไปทำอะไร รวมถึงการใช้งั่งและเป๋อ ผมก็เล่าให้ภรรยาทราบ ดังนั้นจึงสบายใจหายห่วงครับ 555
เอาไว้ว่างๆจะถ่ายภาพบรรยากาศการไปผ่อนคลาย มาลวฃงให้มิตรรักแฟน MODERN MAJIK ได้ดูกันครับ

วันพุธที่ 6 – พฤหัสบดีที่ 14 มี.ค. 62

ช่วงที่ผ่านมา ผมได้พกไอ้งั่งหัวโล้นตาแดง “โงกุน” มาทำงานทุกวัน ซึ่งสิ่งที่ผมสังเกตุเห็นได้ก็คือ

ไม่มีอะไรผิดปกติกับการใช้งานในช่วงสัปดาห์ก่อน!!!

ถาม – อ้าว…ถ้าเป็นอย่างนั้น ก็แสดงว่างั่งไม่แรงอ่ะดิ่
ตอบ – ใจเย็นๆครับ คุณต้องการอะไรจากการใช้งานงั่งและเป๋อครับ ถ้าต้องการให้แสดงอภินิหารตลอดเวลา ไม่มีเครื่องรางชนิดไหนในโลกทำได้แน่นอนครับ (แม้แต่เงิน…บางครั้งก็ไม่สามารถซื้อบางอย่างได้)

หากถามว่าเกิดจาากการเคยชินรึเปล่า ก็คงต้องตอบว่าเป็นไปได้ครับ ใช้งานมาเกือบจะครบเดือนแล้ว อยู่ด้วยกันตลอด 24 ชั่วโมง ถ้าเป็นคนนี่ ต้องโคตรสนิทกันเลยครับ 555

อาการแปลกๆภายในบ้านทั้งเรื่องภรรยาฝันหรือลูกสาวตื่นขึ้นมาร้องกลางดึก ไม่มีแล้วครับ ซึ่งอันนี้ผมตอบไม่ได้จริงๆว่าเกิดจากอะไร หรือทำไมถึงไม่เกิดเหตุการณ์แบบนั้นอีก

ขอเล่าย้อนไปวันที่ทำการเซ่นหรือการบูชาไอ้งั่งหัวโล้นตาแดงครั้งแรก (อย่างเป็นทางการ) ก่อนที่ผมจะเอาน้ำมนต์มาลูบหน้างั่งนั้น ใจนึงผมแอบคิดว่า

“หากงั่งตัวนี้เป็นของแรงจริง แล้วผมเอาน้ำมนต์มาลูบหน้าแบบนี้ ความแรงหรือความขลัง จะหายไปไหม”

แต่สุดท้ายก็ต้องทำครับ เพราะไม่รุ้ว่าจะทำอย่างไรในตอนนั้น ซึ่งหลังจากทำแบบนั้นแล้ว ทุกอย่างก็ปกติดี ผมไม่ต้องกังวลว่าลูกและภรรยาผมจะเจออะไรอีกบ้าง

ผมมีสมมติฐานดังนี้ครับ
1.เรื่องภรรยาผมฝัน และลูกผมตื่นขึ้นมาร้องไห้กลางดึก เกิดจากความบังเอิญ เลยกลายเป็นเหตุให้ผมคิดเป็นตุเป็นตะว่าเกิดจากไอ้งั่งหัวโล้นตาแดงตัวนี้…เป็นเรื่องมโน (คิดไปเอง 555)

2.หลังจากเซ่นงั่งและทำการบอกกล่าวเจ้าที่เจ้าทางแล้ว งั่งเลยเชื่อฟัง ไม่มากวนลูกและภรรยาผมอีก (ทำแล้วสบายใจ)

3.ไอ้งั่งตาแดงหัวโล้นโดนน้ำมนต์วัดสุทัศน์เข้าไป หายซ่า เลยเจียมเนื่อเจียมตัว เป็นเด็กดี (อันนี้มาแนวงั่งมีญาณ)

ซึ่งเป็นไปได้ทั้ง 3 กรณีครับ กรณีที่ 1 หากเป็นจริง แสดงว่ากรณีที่ 2 และ 3 นั้นไม่มีจริงเลย สำหรับกรณีที่ 2 และ 3 สามารถเกิดขึ้นได้ทั้ง 2 เรื่องพร้อมๆกัน

หากคนไม่เชื่อเรื่องแบบนี้หรือไม่เควสัมผัสประสบการร์แบบนี้ ก็มอว่าเป็นเรื่องงมงาย ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาครับ ตัวผมเองจะบอกว่าไม่เชื่อคงไม่ได้ แต่ก็ไม่อยากให้เห็นว่ามองเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องงมงาย เพราะว่าในหลายๆครั้ง ผมก็พยายามหาเหตุผลกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แล้วก็หาคำตอบไม่ได้ชัดเจน

และผมขอย้ำอีกครั้งว่า ที่ผมทำเว็บ MODERN MAJIK ขึ้นมานั้น เกิดจากความประทับใจและประสบการณ์จากการได้สัมผัสงั่งทองเหลืองอุดกริ่งตาโปน “มะขามเทศ” ครั้งแรก
ดังนั้นจากประสบการร์ต่างๆของผม จึงเชื่อว่างั่งและเป๋อเป็นของดี การเขียนเพื่อแชร์ประสบการณ์การใช้งั่งและเป๋อในบทความต่างๆของผมนั้น ต่อให้เริ่มด้วยความแรงหรืออภินิหารเพียงใด สุดท้ายก็จะต้องมีมุมมองในเชิงวิเคราะห์ให้ได้คิดตามทุกครั้ง

และครั้งนี้ก็เหมือนกันครับ ไอ้งั่งหัวโล้นตาแดง “โงกุน” มาด้วยความจี๊ด ระดับ 10 ตีนถีบ ซึ่งเรื่องนี้ผมอยากเจอตั้งแต่เริ่มสะสมและใช้งานงั่งตั้งแต่ช่วงแรกๆ พอได้มาเจอของจริง น่ากลัวเหมือนกันครับ
ขนาดผมทำงานที่เกี่ยวกับเรื่องเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ พอมาเจอเองกับตัว ไปไม่เป็นเลยครับ โชคดีที่ยังมีทีเด็ด คือความเป็นพ่อคนอยู่ในตัว จากความกลัวเลยกลายเป็นเรื่องโจ๊กไปเลย
ไล่งั่งไปนอนในรถ 2 คืน 555

ลองคิดภาพตามนะครับ ขนาดผมบ้านอยู่ในเมืองหลวง น้ำไหล ไฟสว่าง เจอลูกตื่นมาร้องไห้โยเย บอกว่ากลัว ผมยังขนลุกเลย นี่ถ้าบ้านผมอยู่ต่างจังหวัดในที่ที่บรรยากาศน่ากลัวๆ สงสัยจะแย่ ผมเคยคุยกับคนที่มีประสบการณ์เรื่องงั่งมากวนเด็กในบ้าน เค้าเล่าว่าเด็กอ่อนนอนร้องไห้ นอนไม่หลับ คนเป็นพ่อเชื่อว่าเป็นเพราะงั่งเลยเอาไปแขวนไว้ที่ต้นไม้นอกบ้าน ซึ่งด้วยความที่เป็นบ้านต่างจังหวัด ลมแรงมาก
เลยรู้สึกว่าต้นไม้ถูกเขย่าอย่างแรงเพราะฤทธิ์งั่ง ซึ่งผมไม่ได้เห็นเหตุหารณ์จริง จึงได้แค่คิดตามว่า บรรยากาศคงน่ากลัวมากๆ (หลอนกันเลยทีเดียว) ส่วนจะเกดเพราะงั่งหรือความบังเอิญ ก็คงไม่สามารถตัดสินได้

และประสบการณ์ที่ผมได้เจอในครั้งนี้ ส่งผลกับผมหลายเรื่องครับ
1.ทำให้รู้สึกมีไฟ ในการกลับมาเขียนเรื่องราวและแชร์ประสบการณ์
2.อยากจะทำงั่งให้สำเเร็จ ตามที่เคยบอกกับทุกคนเอาไว้

เอาเป็นว่า ไม่ว่าจะเพราะเหตุใดก็ตาม ผมผ่านเรื่องต่างๆมาพอสมควรกับการใช้งานงั่งและเป๋อตลอด 5 ปี และถึงตอนนี้ก็ยังยืนยันครับว่า มัน-เยี่ยม-มาก ผมจะยังใช้งานและสะสมงั่งและเป๋อต่อไป บางช่วงอาจจะงานยุ่ง ไม่ค่อยมีเวลา เหนื่อยบ้าง ขี้เกียจบ้าง แต่ไม่หายไปไหนแน่นอนครับ MODERN MAJIK ซะอย่าง มันต้องมีเซอร์ไพรซ์ตลอดครับ เพื่อให้วงการงั่งเมืองไทยมีสีสัน 555
ขอบคุณคร้าบ…บ

————————————————————————————————————

วันศุกร์ที่ 15 มี.ค. 62

วันนี้ผมตื่นเต้นนิดหน่อยเพรากำลังจะได้อีเป๋อเนื้อทองผสมแบบโบราณมาเพิ่ม พร้อมทั้งอิ้นอีก 1 ชิ้น ซึ่งคู่นี้ได้มาจากผู้หญิงคนนึงซึ่งเป็นลูกสาวของโต๊ะพระ ซึ่งคุณพ่อเสียไปแล้ว 15 ปี เพิ่งจะไปค้นเจอ โดยอีเป๋อถูกเก็บอยู่ในกล่องพระ ซึ่งจากการดูรูปและรายละเอียดต่างๆ คิดว่าเป็นของเก่าจริงโดยผิวพระนั้นกลับเป็นสีน้ำตาล (มะขามเปียก) เหตุเพราะเก็บไว้นานโดยไม่ได้ใช้

ซึ่งผมตั้งใจว่าจะเอาอีเป๋อตัวนี้ มาใช้คู่กับงั่งหัวโล้นตาแดง “โงกุน” ดังนั้นจึงตั้งชื่อให้อีเป๋อตัวนี้ว่า “จีจ้” ซึ่งหากท่านที่เคยดูการ์ตูนเรื่อง “ดราก้อนบอล” จะรู้ว่าในเรื่องเค้าเป็นคู่สามีภรรยากัน

ซึ่งพอของส่งมาถึงที่บ้านแล้ว หลังจากผมกลับจากที่ทำงาน จึงรีบแกะดู ซึ่งก็ไม่ผิดหวังครับ เป็นอีเป๋อแบบและเนื้อที่ผมชอบ พอได้มาปุ๊ปจึงทำการถ่ายรูปมุมต่างๆเอาไว้ เสร็จแล้วจึงเช็ดทำความสะอาดด้วยแอลกอฮอล์ เพื่อเตรียมใช้งาน โดยผมเอามาแขวนเชือกเส้นเดียวกับโงกุน ซึ่งด้วยขนาดที่เล็กกว่าโงกุนเล็กน้อย ทำให้การแขวนเอวของผมนั้นไม่รู้สึกเกะกะ ต้องบอกก่อนครับว่าวันนี้ที่ผมได้อีเป๋อและอิ้นเข้าบ้าน ผมไม่ได้มีการจุดธูปบอกกล่าวเจ้าที่หรือเชิญอีเป๋อเข้าบ้าน เพราะกลับมาถึงบ้านก็ค่ำแล้ว เนื่องจากเป็นคืนวันศุกร์ ผมมีนัดทานข้าวกับภรรยาและลูกสาวนอกบ้าน

ซึ่งคืนนี้ลูกสาวผมหลังจากนอนหลับไปตั้งแต่ประมาณ 4 ทุ่ม อยู่ดีๆเวลาประมาณเกือบเที่ยงคืน ก็ลุกขึ้นมานั่งร้องไห้งอแง อยู่ประมาณ 10 นาที จึงนอนต่อ ซึ่งผมพยายามตั้งใจฟังที่ลูกพูด แต่ก็ฟังไม่ออกว่าพูดว่าอะไร ซึ่งก็ไม่มีคำว่า “กลัว” ในประโยคที่ลูกพูด ดังนั้นผมจึงคิดว่าการที่ลูกสาวผมลุกขึ้นมาร้องในคืนนี้ ไม่น่าจะเกี่ยวกับไอ้งั่งหัวโล้นตาแดง หรือ อีเป๋อ แต่เพื่อความชัวร์ ผมจึงคอยนอนดูว่าลูกจะมีอาการนอนไม่หลับอีกไหม ซึ่งก็ปรากฏว่าไม่มี คืนนี้จึงผ่านไปอย่างตื่นเต้นนิดๆ เพราะต้องนอนลุ้นครับ

ซึ่งพรุ่งนี้ ผมจะดูอีกคืนครับว่าจะมีอะไรแปลกๆไหม ส่วนตัวผมว่าช่วงนี้ลูกสาวผมคงหลับไม่สนิท จึงอาจจะมีการตื่นกลางดึกบ่อยๆ แต่ถ้าเกิดเหตุอะไรไม่ชอบมาพากล ผมเองก็สแตนบายพร้อมอยู่แล้ว

 


 

 

วันเสาร์ที่ 16 – อาทิตย์ที่ 17 มี.ค. 62

วันนี้เป็นวันทำงานของผม ซึ่งทั้งวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว วันนี้เป็นวันหวยออก บรรยากาศรวมๆเลยดูเงียบๆ ผมแอบสงสัยมานานแล้วครับว่าในวันที่หวยออก ทำไมถึงดูเงียบเหงา ทั้งในตลาด ในห้าง ร้านค้าต่างๆดูเงียบเหงา คนไม่ค่อยมี ซึ่งอันนี้ไม่รู้จริงๆครับ เพราะไม่ใช่เซียนหวย เลยไม่รู้พฤติกรรมของนักเสี่ยงโชค

รอบนี้ผมไม่ซื้อแล้วครับล็อตเตอรี่ เพราะรอบที่แล้วที่อยากลองของไอ้งั่งหัวโล้นตาแดง “โงกุน” สุดท้ายก็โดน “หวยแดก” (ขอใช้คำไม่สุภาพหน่อยนะครับ ฟังแล้วมันได้อารมณ์ดี 555)

ตกเย็นเลิกงานกลับบ้านก็สบายตัวครับ เพราะพรุ่งนี้เป็นวันหยุด คืนนี้เลยนอนดึกได้ ปกติคืนวันศุกร์หรือเสาร์ ผมจะนอนดึกหน่อยเพราะจะดูหนัง และนั่งพิมพ์บทความ และเล่นคอมไปเรื่อยๆ คืนนี้จะดูว่าลูกสาวจะตื่นมางอแงไหม สรุปว่าไม่มีปัญหาครับ หลับสบายยาวถึงเช้า

วันอาทิตย์มีคิวพาลูกสาวไปเรียนพิเศษ เป็นคอร์สกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านการเล่น (Play group) ซึ่งลูกสาวผมจะค่อนข้างขี้กลัว ไม่ค่อยลุยเหมือนเด็กคนอื่น ซึ่งพ่อแม่หลายคนอาจจะกังวล หากลูกมีอาการแบบนี้ แต่ผมไม่ครับ เพราะผมเชื่อว่าคนเราแต่ละคนมีความสามารถไม่เหมือนกัน ถึงลูกผมจะขี้กลัวและไม่ค่อยลุย แต่เค้าชอบร้องเพลง เรื่องเต้น เรื่องภาษา และพูดเก่งมาก 555

ผมใช้วิธีคิดเดียวกันนี้กับเรื่องงั่งและเป๋อครับ หลายๆครั้งเห็นงั่งคนอื่นสวย ไม่เหมือนของเรา ใจแอบคิดอยากได้ แต่พอมาพิจารณาดีๆแล้ว ของเรานั้นมีดีมากมาย ประสบการณ์ก็เยอะ ซึ่งเล่าให้คนอื่นฟังบางเรื่องดูเหลือเชื่อ เพียงแต่พอเราใช้งานงั่งและเป๋อไปนานๆ มันเกิดอาการชิน พอนานๆเข้าก็เฉยชา เลยไม่ค่อยตื่นเต้น ทั้งๆที่งั่งของเรา มีคนอยากได้เยอะแยะ มีเพียงเราที่รู้สึกเฉยๆ

ช่วงที่ผ่านมา ผมจึงใช้งานงั่งเฉพาะตัว TOP เท่านั้น ไม่ได้มีการบูชาเซ่นไหว้เหมือนแต่ก่อน ทำให้ความรู้สึก”ขลัง” หายไปพอสมควรครับ ส่วนงั่งตัวอื่นๆผมก็เก็บนอนกล่องยาว ขาดการหมุนเวียนใช้งาน ดังนั้นจากนี้ไป…ผมจะจัดคิวการใช้งานงั่งและเป๋อ ให้ได้ใช้งานสม่ำเสมอและครบทุกตัวที่ผมมีในทุกๆเดือน แค่นี้ผมก็มีกิจกรรมสำหรับงั่งและเป๋อเยอะเลย 555

สุดสัปดาห์นี้การใช้งานไอ้งั่งหัวโล้นตาแดง “โงกุน” มีการเพิ่มอีเป๋อ “จีจี้” เพิ่มมาด้วย ซึ่งไม่มีอะไรผิดปกติครับ พกใช้งานสบายๆ ถ้าไม่ได้โฟกัสว่าพกงั่งและเป๋อมาด้วย บางครั้งก็ลืมไปว่าแขวนไว้อยู่ที่เอว ผมใช้งานจนรู้สึกว่าเป็นเรื่องปกติ ใส่ 24 ชั่วโมง ไม่ถอดเลยครับ ตอนนี้คราบสบู่จับตามร่องหลืบต่างๆ ทำให้เป็นสีขาวๆ เดือนหน้าผมตั้งใจว่าจะถอดออกช่วงอาบน้ำ เพื่อให้ไม่มีคราบสบู่เกาะเพิ่ม อยากได้คราบความเก่าจากเหงื่อไคลบ้าง แต่ต้องยอมรับครับว่าผมทำงานห้องแอร์ ซึ่งโดยปกติแล้วแทบจะไม่มีเหงื่อเลย ต้องหาเวลาไปออกกำลังกายเพื่อให้งั่งได้สัมผัสกับเหงื่อบ้าง เดี๋ยวจะกลายเป็นงั่งคุณหนูไปซะก่อน 555

อีกแค่ 4 วัน ก็จะจบภารกิจแชร์ประสบการณ์จากการใช้งานไอ้งั่งหัวโล้นตาแดง “​โงกุน” 30 วันต่อเนื่อง ซึ่งช่วงที่ผ่านมาตลอดเกือบเดือน ผมรู้สึกคุ้นเคยกับไอ้งั่งหัวโล้นตาแดง “​โงกุน” อย่างมาก มีแค่ช่วงแรกๆที่รู้สึกแปลกๆ ทั้งกลัวและตื่นเต้น ซึ่งผมมีข้อสรุปสำหรับงั่งตัวนี้แล้วครับ ว่าใช้แบบไหนได้บ้าง

วันนี้ขอจบแค่นี้ครับ

 


 

 

วันจันทร์ที่ 18 – วันอังคารที่ 19 มี.ค. 62

ช่วงนี้ปิดเทอม รถเลยไม่ติด ผมออกจากบ้านสายหน่อยก็ไปทำงานทัน ผมพกโงกุนมาทำงานด้วยโดนผูกเอวด้วยเชือกพาราคอตสีจีวร ซึ่งดูแล้วเหมาะกับโงกุนมาก เพราะดูสดใส ด้วยความที่เชือกสั้นไปหน่อย ทำให้เวลาผูกใช้งานปมเชือกมันอยู่ในตำแหน่งที่ผมรู้สึกรำคาญนิดๆ ผมเลยคิดจะหาเชือกใหม่มาใช้ ซึ่งผมไปเจอเชือกรุ่นใหม่ที่ถูกใจผมมาก คุณสมบัตินี่เทพสุดๆ รองรับแรงดึงได้สูง ไส้ในมีมากกว่าปกติ สารพัดประโยชน์ ดูแล้วเหมาะกับงั่งและเป๋อของผมมาก

ด้วยความที่ผมชอบผูกงั่งและเป๋อที่เอว ผมเลยมีเชือกหลายสีมาก ซื้อมาเพียบ เวลาเบื่อๆก็เปลี่ยนสีครับ ครั้งนี้เลยเลือกสีดำ ปลอดภัยสุดสำหรับสีนี้ ผูกกับอะไรก็เท่ห์ เข้มขรึม ดุดัน ขนาดเขือกเส้นผ่านศูนย์กลาง 4 มม. ซึ่งกำลังดีกับการแขวนงั่งเลยครับ ถ้าผมใช้แขวนงั่งตัวเล็ก ผมจะมัดแบบเส้นเดี่ยว แต่ถ้างั่งตัวใหญ่ จะมัดแบบเส้นคู่ (2 เส้นขนานกัน)

สำหรับโงกุนนั้นตัวกลางๆ ผมเลยใช้แบบ 2 เส้นคู่ ซึ่งให้ความรู้สึกที่ดีครับ ดูแน่นดี เจ๋งไปเลย!!! อย่างที่ผมบอกไปเมื่อวานครับว่าจากนี้ไปจะถอดเชือกแขวนงั่งออกเวลาอาบน้ำ เพราะไม่อยากให้มีคราบสบู่ติดที่งั่งเยอะเกินไป แต่ข้อดีของการใส่งั่งอาบน้ำก็มีนะครับ
1.งั่งสะอาดและมีกลิ่นหอม (ทั้งเชือกและงั่ง)
2.สีงั่งจะสุกสดใส เพราะโดนทั้งเหงื่อเวลาใช้งาน โดนน้ำและโดนสบู่เวลาอาบน้ำ

อันนี้แล้วแต่ความชอบของแต่ละบุคคลครับ ไม่มีถูกหรือผิด ซึ่งพอผมได้เชือกใหม่มาแล้ว นอกจากแขวนโงกุนแล้ว ผมยังแขวนจีจี้ ไอ้ทิดและอีจุกเข้าด้วยกันครับ ชุดใหญ่ไฟกระพริบเลยทีนี้ เดินทีเสียงโลหะกระทบกันดังกรุ๊งกริ๊งๆตลอดเวลา เดี๋ยวขอหัดมัดปมเชือกแบบสวยๆให้ได้ก่อนครับ จะเอารูปมาโชว์

สำหรับคืนนี้ ฝันดีราตรีสวัสครับ

 

 


 

วันพุธที่ 20 มี.ค. 62

ไม่น่าเชื่อนะครับ ว่าเผลอแป๊ปเดียวใช้งานไอ้งั่งหัวโล้นโงกุนมาแล้ว 28 วัน (เริ่มตั้งแต่วันที่ 21 ก.พ. 62) เหลืออีกแค่ 2 วันจะครบกำหนด 30 วันที่ผมแชร์ประสบการณ์ในการใช้งานอย่างต่อเนื่อง วันนี้ผมใช้เลือกแขวนเอวชุดใหม่ที่เพิ่งได้มา แขวนงั่งและเป๋อชุดใหญ่ไปทำงาน หน้าตาอย่างในรูปเลยครับ ซึ่งในการใช้งานแบบนี้นั้น ให้ความรู้สึก “จิ๊กโก๋” ดีครับ คือแบบว่ารู้สึกว่าพกของดีมาเยอะ 555

วันนี้ทั้งวัน ผมยุ่งอยู่แต่กับงานและการประชุมทีมครับ ยังไม่พอต้องเตรียมข้อมูลเพื่อประชุมวันพรุ่งนี้อีก ซึ่งวันพรุ่งนี้คิวผมฮอตมาก!!! มีนัดสัมภาษณ์งานสมาชิกใหม่ในทีมช่วงสาย ช่วงบ่ายแก่ๆ-เย็น มีประชุมที่บริษัท หลังเลิกงานช่วงเย็นมีนัดคุยงานกับลูกค้าอีก โอ้โห…ถ้าเรื่องสาวฮอตแบบนี้บ้าง สงสัยชีวิตคงวุ่นวายน่าดูครับ  (อันนี้ล้อเล่นนะครับ 555) พรุ่งนี้ตั้งใจจะแขวนชุดนี้ไปทำงานอีกครับ ใส่ให้เบื่อกันไปเลย

วันนี้ผมฝึกถักเชือกแบบใหม่โดยดูจาก YOUTUBE ซึ่งส่งผงให้การมัดเงื่อนต่างๆทำได้เรียบร้อยขึ้น และเชือกก็ดูมีความเป็นมืออาชีพขึ้น ซึ่งผมไม่ได้ใส่อาบน้ำมาตั้งแต่เมื่อวานแล้วครับ (ป้องกันคราบสบู่ติดตัวงั่ง) ซึ่งหากงั่งมีกลิ่นอับหรือกลิ่นไม่สะอาด ผมมีวิธีครับ ผมจะใช้สเปรย์น้ำหอมพ่นที่ตัวงั่งแทนครับ เอาให้สดซื่นกันไปเลย ล่าสุดภรรยาเพิ่งซื้อน้ำหอมขวดใหม่ให้เนื่องในโอกาสวันเกิด เป็นน้ำหอมแบรนด์ POLO กลิ่นอย่างหอมเลยครับ ซึ่งหากจะมองว่าเป็นการบูชางั่งแบบใหม่ก็ถือว่าได้นะครับ ไม่ต้องไปใช้ของคาวของดิบ ใช้ของหอมแทน ซึ่งส่วนตัวผมยังไม่เคยลองใช้วิธีนี้นะครับ ไม่รู้ว่าสารเคมีในน้ำหอม จะทำปฏิกริยาอะไรกับผิวงั่งหรือไม่ อันนี้ต้องลองครับ ไดเผลอย่างไรจะมาอัพเดทให้ฟัง

ขอตัวนอนก่อนครับ ตอนนี้เวลา 24.09 น. แล้ว

ราตรีสวัสมิตรรักแฟน  MODERN MAJIK

 


 

วันที่ 21-22 มี.ค. 62

วันนี้เดินทางมาถึงตอนสุดท้ายของการแชร์ประสบการณ์ไอ้งั่งหัวโล้นตาแดง “โงกุน” 30 วันต่อเนื่อง ผมค้นพบและได้เรียนรู้หลายอย่างจากเรื่องนี้ ซึ่งไม่เพียงเป็นบทสรุปของการใช้ไอ้งั่งหัวโล้นตาแดง “โงกุน” แต่ยังสามารถใช้กับงั่งและเป๋อรวมถึงเครื่องรางของขลังต่างๆได้ ซึ่งจริงๆแล้วเป็นเรื่องที่้เรียบง่ายมากครับ

“เมื่อมีความเชื่อมั่นหรือศรัทธา…เมื่อนั้นก็จะมีสิ่งพิเศษเกิดขึ้นเสมอ”

ถึงจะจบตอนที่ 30 แล้ว หากผมมีประสบการณ์หรือได้เจออะไรที่พิเศษๆ ผมก็จะมาแชร์ให้มิตรรักแฟน MODERN MAJIK ได้ติดตามอีกแน่นอน และไม่ต้องกังวลว่าจะหายไปไหน ยังอยู่ด้วยกันอีกยาวๆครับ ถ้าคุณยังใช้งานงั่งและเป๋ออยู่ ได้เจอกันแน่นอนครับ

สุดท้ายสำหรับบทความชุดนี้ ต้องขอบคุณทุกคนที่ติดตามอ่านครับ ผมเขียนเล่าเรื่องโน้นเรื่องนี้ นอกเรื่องงั่งไปบ้าง เล่าเรื่องลูกบ้าง เรื่องงานบ้าง เพราะต้องการให้เห็นภาพว่าในการใช้งานของผมจริงๆในแต่ละวันนั้นต้องเจอกับอะไรบ้าง และมันก็เป็นเรื่องจริงทั้งหมด ไม่ได้มีการแต่งเติมหรือใส่สีตีไข่แต่อย่างใด เพราะสุดทา้ยแล้วผมก็ไม่ได้ปล่อย (ขาย) โงกุนอยู่แล้วครับ

การมาเล่าเรื่องแบบนี้ มองอีกมุมมันก็เป็นเรื่องสนุกที่ผมได้แชร์มุมมองของผมให้ทุกคนได้รู้ และก็เชื่อว่าคนที่เคยติดตามก็จะพอเข้าใจผมอยู่แล้ว สำหรับสมาชิกใหม่ก็จะได้เริ่มทำความรู้จักกันจากบทความนี้เลย ซึ่งอาจริงๆผมใช้เวลามากครับในการต้องมานั่งเขียน(พิมพ์)บทความชุดนี้

อีกมุมนึงก็กังวลเหมือนกันครับ ว่าจะเป็นการป้อนความคิดในรูปแบบความเชื่อเรื่องั่งและเป๋อให้คนอ่าน ซึ่งหากมากเกินไปจะกลายเป็นความ “งมงาย” ครับ

แต่ผมเชื่อครับว่า ประสบการณ์ของแต่ละคนจะเป็นคนบอกเองว่า แบบไหนจริง แบบไหนไม่จริง แบบไหนเชื่อได้ แบบไหนเชื่อไม่ได้ 555

ขอบคุณอีกครั้งที่ติดตามและฝากไว้ด้วยครับว่า

อย่าลืมไปเลือกตั้งกันด้วยนะคร้าบ…บ

#MODERNMAJIK

 

แอดเป็นเพื่อนกับ MODERN MAJIK ใน LINE
คุณจะไม่พลาดข่าวสารและบทความล่าสุดจากเรา

เพิ่มเพื่อน

รับซื้องั่งและเป๋อเก่า

ติดตามเราผ่าน Google+

ติดตามเราผ่าน Facebook Fanpage

 

 

ใส่ความเห็น